ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

ดิสนีย์มีโอกาสทำกำไรจาก “มู่หลาน” ในจีน แม้มีกระแสประท้วงจากทั่วโลก


Mulan
please wait
Embed

No media source currently available

0:00 0:05:31 0:00


ดิสนีย์ เปิดฉาย “มู่หลาน” ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศจีน หวังทำคืนทุนและทำกำไรจากโครงการมูลค่า 200 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ต้องเสนอฉายผ่านระบบวิดีโอสตรีมมิ่งทั่วโลก หลังต้องเลื่อนและยกเลิกการฉายในโรงภาพยนตร์มาหลายเดือน เนื่องจากการระบาดใหญ่ของโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่

แม้ว่าบริษัท วอลท์ ดิสนีย์ จำเป็นต้องปล่อยภาพยนตร์ “มู่หลาน” ที่ดัดแปลงมาจากภาพยนตร์แอนิเมชั่นเมื่อปี ค.ศ. 1998 ให้ออกฉายแก่ผู้ชมทั่วโลกผ่านระบบ Video Streaming สำหรับผู้ที่ยินยอมจ่ายเงิน 29.99 ดอลลาร์ นับตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์ เดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล วิเคราะห์ว่า สิ่งที่บริษัทผู้ผลิตสื่อบันเทิงยักษ์ใหญ่แห่งนี้หวังไว้ น่าจะเป็นการบุกตลาดผู้ชมในจีน หลังรัฐบาลกรุงปักกิ่งอนุญาตให้โรงภาพยนตร์เปิดให้บริการอีกครั้งตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา


เส้นทางการพัฒนาภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่องนี้เต็มไปด้วยความท้าทายสำหรับดิสนีย์ตั้งแต่ตัดสินใจสร้างในรูปแบบที่ใช้นักแสดงจริง เนื่องจากต้องการทำให้แน่ใจว่า ตลาดจีนจะยอมรับทุกอย่างมากกว่าต้นฉบับที่เป็นภาพยนตร์แอนิเมชั่น และการคัดตัวนักแสดงที่เริ่มต้นขึ้นได้เมื่อปลายปี ค.ศ. 2016 และมีนักแสดงหญิงนับพันจากทั่วโลกเข้าร่วมการพิจารณานั้นจบลงที่ หลิว ยี่เฟย นักแสดงสาวชาวอเมริกันเชื้อสายจีนวัย 33 ปี ซึ่งถูกใจทุกฝ่าย แต่การถ่ายทำและการเปิดฉายต้องถูกเลื่อนเพราะตารางงานรัดตัวของนักแสดงสาว ก่อนที่การระบาดใหญ่ของโควิด-19 จะทำให้โรงภาพยนตร์ทั่วโลกต้องปิดให้บริการและทำให้ดิสนีย์ต้องยกเลิกแผนเปิดฉายเต็มรูปแบบเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ก่อนจะพยายามออกกำหนดฉายใหม่ที่ 3 ครั้ง ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นจริงในที่สุด

บ็อบ ชาเพ็ค ซีอีโอของดิสนีย์ บอกกับนักวิเคราะห์เมื่อเดือนสิงหาคมว่า ทีมงานของบริษัทได้ทำการวิจัยและพบว่า การเสนอฉาย “มู่หลาน” ผ่านระบบออนไลน์จะช่วยกระตุ้น ดิสนีย์พลัส (Disney+) ซึ่งเป็นธุรกิจสตรีมมิ่งที่ให้บริการในหลายประเทศ ยกเว้นประเทศจีน ได้อย่างมาก

และสำหรับตลาดจีนนั้น ดิสนีย์ ตั้งความหวังว่าจะสามารถดึงผู้ชมให้เข้าโรงภาพยนตร์และยอมรับด้วยการทำการค้นคว้าเชิงลึก เพื่อให้เนื้อหาตรงตามตำนานเก่าแก่ของจีน ที่ต่างจากมุมมองเชิงตะวันตกที่ถ่ายทอดออกมาผ่านภาพยนตร์แอนิเมชั่นเมื่อกว่า 20 ปีก่อน ทั้งยั้งเน้นการใช้นักแสดงเชื้อสายจีนล้วนๆ และตัดฉากที่ผู้ชมชาวจีนต่อต้านออกไป เช่น ฉากที่มู่หลานและตัวละครเอกฝ่ายชายจูบกัน เป็นต้น ตามรายงานข่าวของ เดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล ที่อ้างข้อมูลจากแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับกรณีนี้

แต่ในขณะที่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการภายยนตร์นี้หวังว่าจะสามาถเอาชนะใจผู้ชมทั่วโลกได้ในที่สุด มีรายงานข่าวเกี่ยวกับกระแสต่อต้าน “มู่หลาน” ออกมาอีกระลอกจากนักเคลื่อนไหวด้านประชาธิปไตยในฮ่องกง ไต้หวัน และประเทศไทย ซึ่งผูกโยงเข้ากับการที่ นักแสดง หลิว ยี่เฟย โพสต์ภาพและข้อความเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งถูกมองว่าเป็นการสนับสนุนการปฏิบัติการของตำรวจฮ่องกงในการปราบปราบผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาล

Hong Kong pro-democracy activist Joshua Wong holds up his notice for disqualification at a press conference in Hong Kong on July 31, 2020, a day after he and 11 other activists were barred from standing for election. - The prominent dissident on…
Hong Kong pro-democracy activist Joshua Wong holds up his notice for disqualification at a press conference in Hong Kong on July 31, 2020, a day after he and 11 other activists were barred from standing for election. - The prominent dissident on…

โจชัว หว่อง นักเคลื่อนไหวชาวฮ่องกง ทวีตข้อความเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา พร้อมระบุว่า การเปิดฉายภาพยนตร์ดังกล่าวเกิดขึ้นได้เพราะดิสนีย์ยอมก้มหัวให้กับรัฐบาลกรุงปักกิ่ง และเพราะ หลิว ยี่เฟย สนับสนุนการกระทำรุนแรงโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจฮ่องกงอย่างเปิดเผยและด้วยความภาคภูมิใจ ซึ่งตนเห็นว่า ทุกคนที่เชื่อในเรื่องสิทธิมนุษยชนควรจะร่วมกันคว่ำบาตรภาพยนตร์เรื่องนี้

https://twitter.com/joshuawongcf/status/1302202165373489152?s=20

ทั้งนี้ กระแสคว่ำบาตร “มู่หลาน” เพราะการแสดงความเห็นของนักแสดงสาวเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว และข่าวคราวค่อยๆ เงียบไปจนดิสนีย์ประกาศเปิดฉายจริงๆ โดยคราวนี้ นักเคลื่อนไหวในประเทศไทยและไต้หวันซึ่งติดตามแฮชแท็กกลุ่มพันธมิตรชานม หรือ #MilkTeaAlliance เข้ามาร่วมด้วย

เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นิสิตคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและนักเคลื่อนไหวด้านประชาธิปไตย เป็นอีกรายที่ทวีตข้อความออกมาเชิญชวนให้คว่ำบาตรภาพยนตร์เรื่องนี้ เพื่อส่งสารไปยังทั้งดิสนีย์และรัฐบาลจีน เกี่ยวกับการต่อต้านการที่รัฐบาลใช้ความรุนแรงต่อประชาชน

แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ชาวจีนในประเทศจีนยังแสดงการสนับสนุนสิ่งที่นักแสดง หลิว ยี่เฟย ทำและอาจจะนำไปสู่การสนับสนุนผลงานเรื่องนี้ของเธอที่จะเปิดฉายทั่วประเทศจีนในวันที่ 11 กันยายนนี้แล้ว

XS
SM
MD
LG