ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

'Happy Death Day 2U' เมื่อวันเกิดกลายเป็นวันตาย วนไป!


'Happy Death Day 2U' หนังสยองขวัญภาคต่อจาก 'Happy Death Day' ภาคแรกที่ออกฉายเมื่อ 2 ปีก่อน ที่ได้ดาราชุดเดิมและผู้กำกับคนเดิมกลับมารับหน้าที่เดิม แต่ที่เปลี่ยนไปคือการใส่ความเป็นวิทยาศาสตร์เข้าไปภาคสองนี้มากขึ้น

โทนหลักของหนังยังคงเป็นเรื่องของการเวียนว่ายตายเกิดของ ทรี เจลบ์แมน นักศึกษาหญิงของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่ถูกฆาตรกรต่อเนื่องผู้ใส่หน้ากากเด็กทารก สังหารในวันเกิดของเธอเอง แล้วกลับตื่นขึ่้นมาบนเตียงของนักศึกษาชายผู้หนึ่งในเช้าวันเดียวกันก่อนที่จะถูกฆ่า ทำให้เธอต้องพยายามสืบให้ได้ว่าใครเป็นฆาตรกรผู้นั้น

ในภาคสองนี้ เป็นการเล่าเรื่องต่อจากภาคแรกในทันที ด้วยการโยงไปถึงการทดลองทางวิทยาศาสตร์ด้านฟิวชั่นฟิสิกส์ของนักศึกษากลุ่มหนึ่งว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้ทรีต้องหลุดเข้าไปในวงจรการเวียนว่ายตายเกิด และกระโดดไปมาระหว่างมิติต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากพลังงานฟิวชั่นนั้น

โดยมีสมมติฐานว่า หากทรีสามารถสังหารฆาตกรตัวจริงและทำลายเครื่องสร้างมิติฟิวชั่นนั้นได้ เธอก็จะสามารถกลับสู่โลกปกติได้ ซึ่งนั่นทำให้เธอต้องตายและเกิดใหม่อีกหลายครั้งทั้งที่ถูกสังหารและปลิดชีพตัวเอง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทั้งสองประการ

'Happy Death Day 2U' ถือเป็นหนังสยองขวัญที่กล้าแหวกกฎเกณฑ์ของหนังสยองขวัญแบบหลายภาคเดิมๆ ที่มักมีแต่การไล่ฆ่าตัวละครให้ตายไปทีละคน โดยฆาตกรที่มักสวมหน้ากากน่ากลัวและใช้อาวุธเฉพาะอย่าง

และแม้เรื่องนี้จะยังคงมีหน้ากากเด็กทารกเป็นจุดขาย แต่การใส่ความเป็น Sci-fi เข้ามา บวกกับการสอดแทรกมุกตลก ก็ถือว่าเป็นความกล้าที่น่ายกย่องของผู้กำกับ แม้ว่าในที่สุดแล้ว ผลลัพธ์ที่ออกจะยังไม่กลมกล่อมเพราะไม่โดดเด่นไปทางไหนสักด้านเลยก็ตาม

ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ เรท PG-13 ซึ่งน่าแปลกใจสำหรับหนังสยองขวัญ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ฉากการปลิดชีวิตตัวเองของ ทรี นางเอกของเรื่อง หลายต่อหลายครั้งนั้น แม้จะดูน่าตลกและไม่รุนแรงเท่าไร แต่ก็อาจไม่เหมาะกับวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 18 ปี โดยเฉพาะในช่วงที่กระแสสังคมในเรื่องการฆ่าตัวตายในหมู่วัยรุ่นกำลังรุนแรงในปัจจุบัน

XS
SM
MD
LG