แนวทางปฏิบัติเรื่องการสวมหน้ากากยังเป็นที่โต้แย้งกันอยู่มากทั้งในสหรัฐรวมทั้งในที่อื่นๆ และการชุมนุมประจำปีครั้งใหญ่ของผู้นิยมรถจักรยานยนต์ที่มีชื่อว่า Sturgis Motorcycle Rally ในรัฐเซาท์ดาโกต้าซึ่งคาดว่าจะมีผู้ไปร่วมชุมนุมหลักแสนคนก็กำลังเป็นที่สนใจเช่นกัน
เพราะเมื่อวันศุกร์สัปดาห์ที่แล้วเป็นวันเริ่มกิจกรรมชุมนุมประจำปีของผู้นิยมมอเตอร์ไซค์ Big Bike ที่เมืองสเตอร์จิส ในรัฐเซาท์ดาโกต้าของสหรัฐซึ่งปีนี้เป็นปีที่ 80 แล้ว และคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมรวมเวลา 10 วันนี้มากถึงหนึ่งแสนคน และจากภาพข่าวที่ปรากฏนั้นชาวอเมริกันผู้ไปร่วมกิจกรรมดังกล่าวส่วนใหญ่ไม่สวมหน้ากาก ตัวอย่างเช่นคุณจิม บุช ชาวอเมริกันผู้หนึ่งที่บอกว่าตนไม่ต้องการใช้มาตรการป้องกันอะไรทั้งสิ้นเพราะปกติก็ไม่ได้ทำอยู่แล้วและคิดว่าสถานการณ์โควิด-19 ในขณะนี้เป็นเรื่องที่ถูกปั้นแต่งขึ้นและมีเจตนาบางอย่างอยู่เบื้องหลังด้วย
ความเห็นของคุณจิม บุช ผู้เข้าร่วมกิจกรรมชุมนุมของนักขี่บิ๊กไบค์ที่เมืองสเตอร์จิส รัฐเซาท์ดาโกต้าดังกล่าวดูจะสอดคล้องกับท่าทีของประธานาธิบดีทรัมป์ผู้ปฏิเสธความสำคัญของหน้ากาก แต่ก็ยอมใช้บ้างบางครั้งในช่วงหลังนี้ อย่างไรก็ตามสำหรับนายแพทย์แอนโทนี ฟาวชี่ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อของสหรัฐนั้นกล่าวว่าการป้องกันตัวเองจากโรคโควิด-19 สามารถทำได้ด้วยการสวมหน้ากากและหลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ๆ มีผู้คนจำนวนมากแล้วเสริมว่าตนไม่ได้ตัดสินว่าการชุมนุมแบบไหนปลอดภัยหรือไม่ แต่เมื่อใดก็ตามที่เราอยู่ในสถานที่ซึ่งมีคนจำนวนมากและไม่สวมหน้ากากแล้วโอกาสของการแพร่และติดเชื้อก็จะมีมากขึ้นตามไปด้วย
ประเด็นโต้เถียงเรื่องการไม่ใช้หน้ากากนอกจากจะมีเหตุผลเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลและความเชื่อเรื่องอันตรายของโรคนี้อย่างเช่นในอเมริกาแล้ว ยังมีที่มาจากความเชื่อทางศาสนาด้วย เช่นผู้ประท้วงต่อต้านหน้ากากคนหนึ่งที่เมืองสตุทการ์ตของเยอรมนีกล่าวว่าเรื่องราวเกี่ยวกับโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ทั้งหมดนี้เป็นการต่อต้านพระผู้เป็นเจ้าและต่อต้านพระเยซู เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ผู้สนับสนุนให้ใช้หน้ากากก็มีอยู่เช่นกัน เช่นคุณนาด้าสตรีอเมริกันผู้หนึ่งที่ให้ความเห็นว่าคนที่ไม่ยอมสวมหน้ากากนั้นเห็นแก่ตัวและว่ากฎเกณฑ์เรื่องนี้จำเป็นขณะที่ยังมีการระบาดอย่างควบคุมไม่ได้ในขณะนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่คนหนุ่มสาวซึ่งอาจไม่รู้ตัวว่ามีและสามารถแพร่เชื้อได้
ขณะนี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกสูงเกือบถึง 20 ล้านคนแล้วส่วนในสหรัฐเองจำนวนผู้ติดเชื้อเกินหลัก 5 ล้านคนไปแล้วในวันจันทร์ โดยมีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 1 แสน 6 หมื่นราย และ CNN ก็รายงานวันนี้ว่าในช่วงสองสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกรกฎาคมมีเด็กวัยเรียนในอเมริกาติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นถึงกว่า 9 หมื่น 7 พันคน