ลิ้งค์เชื่อมต่อ

สงครามการค้า ผลักนโยบาย “เมดอินไชน่า 2025” ห่างเป้า


FILE - Visitors look at a display of information technologies at an exhibition highlighting China's achievements under President Xi Jinping's leadership, at the Beijing Exhibition Hall in Beijing, China, Oct. 17, 2017.

ต่างชาติแสดงความกังวลถึงนโยบาย “เมดอินไชน่า 2025” ของรัฐบาลจีน อาจได้รับผลกระทบ หากการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนที่ยังไม่ได้ข้อสรุปภายใน 2 มีนาคมนี้

นโยบาย “เมดอินไชน่า 2025” ของรัฐบาลจีน มีเป้าหมายผลักดันให้จีนก้าวขึ้นเป็นผู้นำใน 10 ภาคส่วนสำคัญ อาทิ การพัฒนาหุ่นยนต์ เทคโนโลยีสารสนเทศ และระบบปัญญาประดิษฐ์ ในปี ค.ศ. 2025 หรืออีก 6 ปีข้างหน้านี้

FILE - A robot entertains visitors at the booth of a Chinese automaker during the China Auto 2018 show in Beijing, China, April 26, 2018. Under President Xi Jinping, a plan known as "Made in China 2025" aims to make the country a tech superpower.
FILE - A robot entertains visitors at the booth of a Chinese automaker during the China Auto 2018 show in Beijing, China, April 26, 2018. Under President Xi Jinping, a plan known as "Made in China 2025" aims to make the country a tech superpower.

อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ทางการจีนไม่ได้กล่าวถึงนโยบาย “เมดอินไชน่า 2025” และรัฐบาลปักกิ่งมีคำสั่งให้บริษัทจีนเลิกการบังคับบริษัทต่างชาติที่มีฐานอยู่ในประเทศจีน ส่งมอบองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีให้กับจีน

และเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่นโยบาย “เมดอินไชน่า 2025” ไม่ได้รับการกล่าวถึงในแผนพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐบาลปักกิ่งในปีนี้

FILE - A woman stands at the booth of Huawei featuring 5G technology at the PT Expo in Beijing, China, Sept. 28, 2018.
FILE - A woman stands at the booth of Huawei featuring 5G technology at the PT Expo in Beijing, China, Sept. 28, 2018.

ที่ผ่านมา บริษัทหลายแห่งของจีนมักทุ่มเงินลงทุนจำนวนมากในสหรัฐฯ เพื่อแลกกับการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี และเรียนรู้แผนการทำธุรกิจใหม่ๆ จากบริษัทอเมริกัน

แต่หลังจากสหรัฐฯเพิ่มความเข้มงวดด้านการลงทุนจากจีน และความสัมพันธ์ทางการค้าที่ไม่สู้ดีระหว่าง 2 ชาติ ได้ทำให้ตัวเลขการลงทุนของจีนในสหรัฐฯ ลดต่ำสุดในรอบ 7 ปี ที่ 4,800 ล้านดอลลาร์ ลดลงถึงร้อยละ 84 จากเดิมที่ 29,000 ล้านดอลลาร์ในปี ค.ศ. 2017 ตามข้อมูลของบริษัทวิจัย โรเดียม กรุ๊ป

XS
SM
MD
LG