ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

เกาหลีใต้ไม่แสดงท่าทีวิตกกังวลต่อคำประกาศสงครามของเกาหลีเหนือ ในขณะที่สหรัฐถือคำขู่นี้อย่างจริงจัง


ผู้ประกาศข่าวของสถานีวิทยุรัฐบาลเกาหลีเหนือ อ่านคำประกาศภาวะสงครามกับเกาหลีใต้ในการกระจายเสียงเมื่อเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา

คำประกาศดังกล่าวระบุว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้เข้าสู่ภาวะสงครามนับตั้งแต่ชั่วโมงที่มีประกาศนี้ออกมา และว่าทุกประเด็นที่ประเทศทั้งสองมีอยู่ระหว่างกัน จะดำเนินการดังเช่นยามสงคราม และว่าภาวะที่แล้วมาในคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งมิใช่ภาวะสงคราม แต่ก็มิใช่ภาวะสันตินั้น ยุติลงแล้ว

คำประกาศกล่าวต่อไปว่า ถ้ามีการยั่วยุทางทหารจากสหรัฐหรือเกาหลีใต้เกิดขึ้น โดยเฉพาะในบริเวณห้าเกาะที่อยู่ติดพรมแดนระหว่างเกาหลีเหนือกับใต้ในทะเลเหลือง และเส้นแบ่งเขตแดนทางทหาร ความขัดแย้งจะไม่จำกัดอยู่แต่ในภูมิภาคเท่านั้น แต่จะขยายตัวออกไปเป็นการทำสงครามอย่างเต็มที่ เป็นสงครามนิวเคลียร์ได้

กระทรวงกลาโหมของเกาหลีใต้มีถ้อยแถลงออกมา เรียกร้องให้เปียงยางเลิกคำขู่ที่ยอมรับไม่ได้ และเตือนว่า กำลังทหารของเกาหลีใต้อยู่ในสภาพเตรียมพร้อม และจะตอบโต้อย่างเต็มที่ ถ้ามีการยั่วยุ

นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่า นับตั้งแต่ทำข้อตกลงหยุดยิงกันเมื่อปี ค.ศ. 1953 ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่สื่อของทางการเกาหลีเหนือมีคำประกาศในลักษณะนี้ออกมา

นาย Daniel Pinkston ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเกาหลีของ International Crisis Group บอกว่าคำประกาศอย่างนี้ ทำให้วิตกว่า อาจจะเกิดการคาดคะเนผิดพลาดได้ และมองไม่เห็นว่า เมื่อขู่กันถึงอย่างนี้แล้ว เกาหลีเหนือจะหาทางออกได้อย่างไรจึงจะไม่เสียหน้า

นักวิเคราะห์อาวุโสของ International Crisis Group บอกว่า คำประกาศนี้เป็นสัญญาณที่เรียกร้องความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะสำหรับชาวเกาหลีเหนือในประเทศ เพื่อให้นาย Kim Jong Un ผู้นำเกาหลีเหนือคนปัจจุบันได้ผนึกอำนาจ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่สุ่มเสี่ยงมาก และอาจก่อผลกระทบที่ไม่คาดหมายได้ในอนาคต

นาย Kim Jong Un เข้ารับตำแหน่งผู้นำประเทศสืบต่อจาก นาย Kim Jong Il ผู้เป็นบิดา ซึ่งถึงแก่กรรมไปในเดือนธันวาคม ปี ค.ศ. 2011 เขายังได้ประกาศไว้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า กำลังรบของเขาพร้อมที่จะ “คิดบัญชี“ กับสหรัฐด้วย
ซึ่งส.ส. Peter King ประธานคณะกรรมาธิการฝ่ายการรักษาความมั่นคงภายในประเทศ และสมาชิกคณะกรรมาธิการฝ่ายข่าวกรอง ของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ กล่าวให้ความเห็นเกี่ยวกับคำขู่ของผู้นำเกาหลีเหนือ ในการให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ในกรุงวอชิงตันเมื่อวันอาทิตย์ว่า นาย Kim Jong Un กำลังกระตุ้นให้เกิดความขัดแย้งในเอเชีย เพื่อประโยชน์ทางการเมืองภายในประเทศ แต่ที่เป็นห่วงคือผู้นำเกาหลีเหนืออาจไม่มีทางออกสำหรับลดความตึงเครียดที่สร้างขึ้นมา โดยไม่เสียหน้าตนเอง

ส.ส. Peter King กล่าวส่งท้ายไว้ด้วยว่า ไม่เห็นประโยชน์แต่อย่างใดที่สหรัฐจะเจรจากับเกาหลีเหนือโดยตรง และยังอาจทำให้ประเทศพันธมิตรเสียน้ำใจได้ด้วย
XS
SM
MD
LG