ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

โจ ไบเดนสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเลือกสตรีผิวสีเชื้อสายเอเชียลงสมัครเป็นรองประธานาธิบดี


Biden-Harris
please wait
Embed

No media source currently available

0:00 0:04:09 0:00
Direct link

คามาลา แฮร์ริส นักการเมืองหญิงระดับชาติของสหรัฐวัย 55 ปีผู้ดำรงตำแหน่งวุฒิสมาชิกจากรัฐแคลิฟอร์เนียในสภาคองเกรสของสหรัฐเป็นข่าวในวันนี้ แต่ไม่ใช่ในฐานะสตรีคนแรกผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ลงสมัครรับเลือกตั้งในตำแหน่งรองประธานาธิบดีสหรัฐ เพราะก่อนหน้านี้เคยมีสตรีสองคนผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีมาก่อนแล้วคือสส.หญิงเจอราลดีน เฟอร์ราโรของพรรคเดโมแครตในปี 1984 กับซาราห์ เพรลิน อดีตผู้ว่าการรัฐอลาสก้าของพรรครีพับลิกันในปี 2008 แต่ทั้งสองไม่ได้รับการเลือกตั้ง และสหรัฐก็ยังไม่เคยมีรองประธานาธิบดีผู้เป็นสตรีมาก่อนเลย อย่างไรก็ตามสำหรับวุฒิสมาชิกหญิงคามาลา แฮร์ริสนั้นเธอสร้างประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งให้กับบันทึกการเมืองอเมริกันในฐานะสตรีผู้มีเชื้อสายเอเชียและเชื้อสายแอฟริกันอเมริกันคนแรกที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีจากพรรคการเมืองใหญ่ของสหรัฐ

คามาลา แฮร์ริสเกิดที่เมืองโอ๊คแลนด์ในรัฐแคลิฟอร์เนียโดยมีบิดาเป็นชาวจาไมก้าและมารดาเป็นชาวอินเดีย เธอได้รับเลือกตั้งเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองระดับท้องถิ่นครั้งแรกเมื่อปี 2003 ในฐานะอัยการเขตนครซานฟรานซิสโก และหลังจากนั้นอีกเจ็ดปีต่อมาคือในปี 2010 เธอก็ได้รับเลือกเป็นอัยการสูงสุดของรัฐแคลิฟอร์เนีย

คามาลา แฮร์ริสก้าวเข้าสู่เวทีการเมืองระดับชาติของสหรัฐเป็นครั้งแรกในปี 2016 โดยได้รับเลือกเป็นหนึ่งในสองวุฒิสมาชิกสตรีผู้เป็นตัวแทนของรัฐแคลิฟอร์เนีย และถึงแม้จะอยู่ในตำแหน่งดังกล่าวมาได้เพียงสี่ปีเธอก็ถูกจัดอยู่ในกลุ่มบุคคลที่โดดเด่นของพรรคเดโมแครตและได้ลงสมัครเป็นตัวแทนของพรรคเพื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสำหรับการเลือกตั้งปีนี้ แต่ก็ต้องถอนตัวออกไปในช่วงต้นเนื่องจากไม่ได้รับความสนับสนุนและเงินบริจาคมากพอ

นักวิเคราะห์การเมืองมองว่าจุดแข็งของวุฒิสมาชิกคามาลา แฮร์ริสคือประวัติการทำงานเพื่อช่วยปกป้องสวัสดิการด้านสุขภาพของประชาชนและภูมิหลังเกี่ยวกับงานด้านการรักษากฎหมาย รวมทั้งจุดยืนซึ่งค่อนข้างเป็นแนวสายกลางหรือเป็นกลางซ้าย และถึงแม้สมาชิกกลุ่มหัวก้าวหน้าของพรรคเดโมแครตบางคนรวมทั้งกลุ่มคนหนุ่มสาวผิวดำจะเคยตำหนิว่าวุฒิสมาชิกหญิงคามาลา แฮร์ริสผู้นี้ไม่ได้สนใจประเด็นการแบ่งแยกผิวและการใช้กำลังรุนแรงของตำรวจในสังคมอเมริกันมากเท่าที่ควรก็ตาม แต่คามาลา แฮร์ริสก็ประกาศตัวเสมอว่าเธอนั้นเป็นอัยการแนวก้าวหน้าผู้สนับสนุนการปฏิรูประบบการทำงานของผู้รักษากฎหมายในสหรัฐ

ในการตัดสินใจเลือกวุฒิสมาชิกหญิงคามาลา แฮร์ริสให้ลงสมัครคู่กับตนในตำแหน่งรองประธานาธิบดีนั้น อดีตรองประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดนตัวแทนของพรรคเดโมแครตได้ทำตามคำมั่นสัญญาว่าจะเลือกสตรีให้ทำหน้าที่ดังกล่าว เพราะเท่าที่ผ่านมายังไม่เคยมีนักการเมืองหญิงคนใดได้ดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีสหรัฐเลย นอกจากนั้นหากอดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดนได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีเขาจะเป็นผู้นำฝ่ายบริหารของสหรัฐผู้มีอายุมากที่สุดด้วยวัย 78 ปี และในอีกสี่ปีต่อจากนี้หากโจ ไบเดนเมื่อมีอายุ 81 ปีตัดสินใจจะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งอีกครั้ง นักวิเคราะห์การเมืองก็มองว่าการตัดสินใจครั้งนี้ก็เหมือนเป็นการปูทางสำหรับผู้ที่อาจก้าวเข้ามาเป็นตัวแทนของพรรคเดโมแครตในการชิงชัยตำแหน่งประธานาธิบดีครั้งต่อไปในปี 2024 นั่นเอง

XS
SM
MD
LG