ชาวอินโดนีเซียหลายพันคนร่วมเดินขบวนในหลายส่วนของประเทศเมื่อวันพุธ เพื่อประท้วงที่ประธานาธิบดี Susilo Bambang Yudhoyono ไม่ปฏิบัติตามสัญญาที่ให้ไว้ หลังจากดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอินโดนีเซียสมัยที่ 2 มาแล้ว 1 ปีเต็ม
ในกรุงจาการ์ต้า ผู้ประท้วงหลายร้อยคนเดินขบวนฝ่าสายฝนก่อนที่จะเผชิญกับแก้สน้ำตาของตำรวจที่พยายามสลายการชุมนุมซึ่งเริ่มรุนแรงขึ้น คุณ Abdullah Hasan แห่งกลุ่ม Indonesia Corruption Watch คือหนึ่งในผู้ร่วมชุมนุมที่วิจารณ์ว่ารัฐบาลทำงานล้มเหลวในหลายๆเรื่อง โดยเฉพาะปัญหาการคอรัปชั่นที่เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่รัฐบาลได้ออกมากล่าวปกป้องการทำงานของประธานาธิบดี Yudhoyono โดยชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจอินโดนีเซียกำลังเติบโตรวดเร็วที่สุดประเทศหนึ่งในโลก ในขณะที่ปัญหาความยากจนก็ลดลง รวมทั้งการตอบสนองอย่างเด็ดขาดต่อเหตุการณ์โจมตีโดยผู้ก่อการร้ายที่โรงแรมสองแห่งในกรุงจากร์ต้าเมื่อปีที่แล้ว
ทางด้านนักวิเคราะห์การเมืองอินโดนีเซีย คุณ Anies Baswedan แห่งมหาวิทยาลัย Paramadina กล่าวยกย่องชมเชยประธานาธิบดี Yudhoyono ที่สามารถปกป้องสันติภาพและสร้างความเจริญทางเศรษฐกิจได้จริง แต่ในส่วนของการปฏิรูปการเมือง ตลอดจนด้านกฎหมาย ตำรวจและระบบศาลยุติธรรม นักวิเคราะห์ผู้นี้ชี้ว่ายังคงไม่มีความก้าวหน้าเท่าที่ควร
คุณ Baswedan เชื่อว่าชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งเมื่อปีที่แล้ว อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ประธานาธิบดี Yudhoyono ถูกโดดเดี่ยวทางการเมือง ส่งผลให้การผลักดันร่างกฎหมายต่างๆเป็นเรื่องยากขึ้นกว่าเดิม อีกประการหนึ่ง คุณ Baswedan ชี้ว่าในสมัยที่แล้วประธานาธิบดี Yudhoyono มีรองประธานาธิบดีที่สามารถดึงให้พรรคร่วมรัฐบาล 2 พรรคใหญ่มาทำงานร่วมกันได้ แตกต่างกับการทำงานในสมัยที่ 2 ซึ่งพรรคใหญ่ทั้ง 2 พรรคมักจะไม่สนับสนุนหรือเป็นฝ่ายต่อต้านนโยบายของประธานาธิบดี Yudhoyono อยู่เสมอ
ในส่วนที่เกี่ยวกับการจัดการปัญหาคอรัปชั่นนั้น นักรณรงค์และประชาชนส่วนใหญ่มองว่าประธานาธิบดี Yudhoyono ยังทำได้ไม่ดีเท่าที่คาดหวังกันไว้ ซึ่งคุณ Teuku Faizasyah ผู้ช่วยพิเศษของประธานาธิบดี Yudhoyono ยอมรับว่าในสมัยที่ 2 นี้ ประธานาธิบดีอินโดนีเซียเผชิญกับแรงต้านทางการเมืองมากกว่าเดิม คุณ Faizasyah ระบุว่าแม้ประธานาธิบดี Yudhoyono จะได้รับเสียงสนับสนุนส่วนใหญ่ในการเลือกตั้ง แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงทางการเมือง จะเห็นได้ว่ารัฐสภาอินโดนีเซียประกอบด้วยพรรคใหญ่พรรคเล็กมากมาย การจะผ่านร่างกฎหมายหรือโครงการใดๆจึงเป็นเรื่องไม่ง่ายเลย
ลักษณะการทำงานอย่างค่อยเป็นค่อยไปของประธานาธิบดี Yudhoyono ซึ่งเน้นความแน่นอนไว้ก่อน ส่งผลให้หลายคนที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วไม่ค่อยพอใจนัก แต่ทางฝ่ายผู้สนับสนุนประธานาธิบดีแย้งว่า สำหรับประเทศขนาดใหญ่ซึ่งมีประชากรมากเป็นอันดับสี่ของโลก และมีความหลากหลายทางภูมิศาสตร์ เชื้อชาติ วัฒนธรรมมากมายอย่างอินโดนีเซียนี้ การเปลี่ยนแปลงใดๆ ย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างแน่นอน