ลิ้งค์เชื่อมต่อ

อินเดียเตรียมเริ่มโครงการ “โมดีแคร์” ประกันสุขภาพประชาชน 5 ล้านคน


India's Prime Minister Narendra Modi addresses an election campaign rally ahead of the Karnataka state assembly elections in Bengaluru, India, May 8, 2018.
please wait

No media source currently available

0:00 0:04:36 0:00

กระทรวงสาธารณสุขอินเดียชี้ว่า โครงการประกันสุขภาพ “โมดีแคร์” นี้จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนชาวอินเดีย 63 ล้านคนที่ยากจนลงเพราะต้องเเบกรับภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยายาลที่สูงลิบลิ่ว

โครงการประกันสุขภาพนี้ มีชื่อเรียกว่า “โมดีแคร์” (Modicare) ตามชื่อของนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี และโครงการนี้เสนอรับประกันสุขภาพคน 500 ล้านคน ซึ่งถือว่าเป็นเป้าหมายที่ทะเยอทะยาน เเละได้สร้างความหวังแก่ประชาชนอินเดียทั่วประเทศ เพราะการปรับปรุงการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพในอินเดียไม่เคยได้รับความสำคัญอันดับต้นๆ จากฝ่ายการเมืองในอินเดียมาก่อน

อย่างไรก็ตาม ในประเทศที่โครงการของรัฐบาลหลายโครงการที่ไม่คืบหน้าเพราะขาดประสิทธิภาพด้านการนำไปปฏิบัติ จึงเกิดความกังวลกันว่าโครงการประกันสุขภาพนี้จะดำเนินการอย่างไร เเละจะมีเงินสนับสนุนหรือไม่

ปรียา บาลาสุปรามาเนียม (Priya Balasubramaniam) ผู้เชี่ยวชาญที่มูลนิธิการสาธารณสุข (Public Health Foundation) ในกรุงนิวเดลลี ตั้งคำถามว่าเงินสนับสนุนที่ตั้งไว้ 300 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ ในปีนี้ จะช่วยให้โครงการเริ่มต้นได้หรือไม่ เธอกล่าวว่า ในขณะที่โครงการนี้สร้างความตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ตนคิดว่าสำหรับหลายคนที่อยากให้โครงการเดินหน้าไปสู่อีกขั้นหนึ่ง รัฐบาลอินเดียต้องให้เงินสนับสนุนมากกว่านี้เพราะเป็นโครงการที่ใหญ่เเละทะเยอทะยานมาก

บรรดาเจ้าหน้าที่ทางการอินเดียกล่าวว่า ขนาดของโครงการประกันสุขภาพที่ใหญ่มากนี้จะช่วยผลักดันให้เบี้ยประกันสุขภาพถูกลงมาเหลือเเค่ 18 ดอลล่าร์ต่อปี ซึ่งจะนับเป็นเงินราว 1 พัน 7 ร้อยล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ ที่จะเพิ่มเข้าไปในเงินงบประมาณที่รัฐบาลวางแผนเอาไว้ โดยเป็นเงินที่รวบรวมมาจากทั้งรัฐบาลกลางเเละรัฐบาลท้องถิ่น

บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพยังหวังด้วยว่า การคุ้มครองของการแผนประกันสุขภาพจะช่วยปรับปรุงคุณภาพของการรักษาพยาบาล เพราะเปิดโอกาสให้ประชาชนยากจนได้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนที่ราคาเเพง

ในอินเดีย ยังมีช่องว่างที่กว้างมากระหว่างโรงพยาบาลเอกชนกับโรงพยาบาลรัฐ โรงพยาบาลเอกชนมีเครื่องมือและอุปกรณ์ ตลอดจนการรักษาพยาบาลที่ดีเยี่ยม เเต่เฉพาะคนในกลุ่มรายได้สูงเท่านั้นที่สามารถไปใช้บริการได้เพราะเเพงมาก

ในอีกด้านหนึ่ง โรงพยาบาลรัฐที่มีคุณภาพ อาทิ โรงพยาบาล All India Institute of Medical Sciences ให้การรักษาพยาบาลฟรี เเต่มีจำนวนโรงพยาบาลอยู่ไม่กี่แห่ง เเละมักจะอยู่ตั้งอยู่เฉพาะในเขตเมืองใหญ่เท่านั้น นอกจากนี้ยังรับภาระหนักมาก

ด้านอาชุก อะการ์วาล (Ashok Agarwal) ผู้ก่อตั้งสถาบันการวิจัยด้านการจัดการสุขภาพแห่งอินเดีย หวังว่าโครงการใหม่ของรัฐบาลอินเดียจะช่วยลดภาระแก่คนยากจนที่ต้องกู้ยืมเงินจากระบบเพื่อใช้ในการรักษาพยาบาล ทำให้มีหนี้สิน เขากล่าวว่า นี่จะเป็นครั้งเเรกที่คนยากจนในอินเดียจะมีทางเลือกที่จะไปรักษาตัวในสถานพยาบาลที่พวกเขาต้องการ และเมื่อมีแผนประกันสุขภาพที่ให้ความคุ้มครองด้านค่ารักษาพยาบาล คนไข้จำนวนมากก็จะหันไปรักษาตัวในโรงพยาบาลเอกชนกันมากขึ้น

เขากล่าวว่า โครงการประกันสุขภาพนี้ยังจะเสนอผลประโยชน์ตอบแทนแก่โรงพยาบาลเอกชนที่ปรับปรุงการบริการเพื่อดึงดูดคนไข้ ลองคิดดูว่ามีลูกค้ามารอใช้บริการ 500 ล้านคน ซึ่งคงไม่มีบริษัทใดไม่อยากได้

บรรดาแพทย์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเน้นว่า โครงการประกันสุขภาพนี้จะต้องดำเนินการไปพร้อมๆ กับการปรับปรุงการบริการสาธารณสุขพื้นฐาน เเละชี้ว่าคนยากจนมักเลือกไปโรงพยาบาลเพราะไม่สามารถจ่ายค่าดูแลสุขภาพเเละค่ายาวันต่อวันได้

แต่บาลาสุปรามาเนียม ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพที่มูลนิธิการสาธารณสุขกล่าวว่า ศูนย์อนามัยของรัฐบาลส่วนใหญ่ขาดประสิทธิภาพเพราะขาดอุปกรณ์ ขาดยารักษาโรค และขาดเจ้าหน้าที่ที่มีคุณสมบัติ เธอกล่าวว่า ทางการอินเดียมุ่งแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ในขณะที่ปัญหาด้านการบริการสาธารณสุขขั้นพื้นฐานยังไม่ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น

เเต่ในอินเดีย ประเทศที่รัฐบาลใช้จ่ายเงินงบประมาณไปกับการบริการทางสาธารณสุขต่ำที่สุดในโลกที่เพียง 1 เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมของชาติเท่านั้น โครงการประกันสุขภาพนี้จึงสร้างความหวังแก่ประชาชนเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม หลายคนยินดีต่อในความตั้งใจของรัฐบาลอินเดียในเรื่องนี้ เเต่พวกเขาเชื่อว่าอินเดียคงใช้เวลานานหลายปีกว่าโครงการนี้จะไปได้ดีเเละมั่นคง

(เรียบเรียงโดยทักษิณา ข่ายแก้ว วีโอเอภาคภาษาไทยกรุงวอชิงตัน)

XS
SM
MD
LG