ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

ชาวฮ่องกงห่วงสุขภาพ หลังใช้ชีวิตท่ามกลาง ‘แก๊สน้ำตา’  


A protester stands in the midst of tear gas during confrontation with police in Hong Kong, Aug. 4, 2019.
please wait
Embed

No media source currently available

0:00 0:04:40 0:00

สำนักข่าวเอพีรายงานว่า การที่ตำรวจฮ่องกงยิงแก๊สน้ำตาไปแล้วกว่า 10,000 กระป๋อง เพื่อปราบปรามผู้ประท้วง ที่ชุมนุมกันต่อเนื่องทุกสัปดาห์มาเป็นเวลา 6 เดือน ทำให้หลายคนกลัวว่า สารตกค้างจากแก๊สน้ำตาจะยังสามารถติดอยู่บนท้องถนน บนผนัง ตามท่อระบายอากาศ และพื้นที่อื่น ๆ เป็นเวลาหลายวัน หรือหลายสัปดาห์ ในเมืองที่หนาแน่นแออัดมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอย่างฮ่องกง

ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าแก๊สน้ำตามีผลเสียระยะยาวต่อสุขภาพหรือไม่ แต่ในขณะเดียวกัน ก็ยังไม่เคยมีการทดสอบผลกระทบของแก๊สน้ำตามาก่อน

อลิสเตอร์ เฮย์ (Alistair Hay) นักพิษวิทยา จากมหาวิทยาลัยลีดส์ ประเทศอังกฤษ บอกว่า เขาไม่คิดว่าสถานการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นที่ไหนมาก่อน ที่ผู้คนต้องเผชิญกับการยิงแก๊สน้ำตาจำนวนมาก ต่อเนื่องซ้ำไปซ้ำมาเป็นเวลานาน

ตำรวจฮ่องกงได้ยิงแก๊สน้ำตาในย่านที่พักอาศัยแออัด ใกล้โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า และโรงเรียน แก๊สน้ำตาจึงไม่เพียงส่งผลกระทบต่อผู้ชุมนุมประท้วง แต่ยังมีผลต่อเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยด้วย

ผู้ปกครอง โรงเรียน และชุมชนหลายแห่งได้เคยสอบถามทางการถึงสารเคมีที่ใช้ทำแก๊สน้ำตา เพื่อที่พวกเขาจะได้ทำความสะอาดพื้นผิวต่าง ๆ อย่างเหมาะสม แต่สำนักงานตำรวจฮ่องกงไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว

เมื่อไม่ได้ข้อมูลจากทางการ ผู้ปกครองบางคนจึงงดพาลูกไปสวนสาธารณะ ชุมชนสังคมออนไลน์ ได้แนะนำให้แม่ลูกอ่อนที่สัมผัสกับแก๊สน้ำตางดการให้นมบุตรเป็นเวลาสองสามชั่วโมง ในขณะที่หลายคนถึงกับเลี่ยงไม่ซื้อผลไม้สด หลังจากตลาดขายส่งขนาดใหญ่ของฮ่องกงโดนแก๊สน้ำตาไปเมื่อเดือนก่อน

ชาวฮ่องกงบางคนใช้ เบคกิ้งโซดา ผสมน้ำอาบ ซักเสื้อผ้า และเช็ดทำความสะอาด ในขณะที่ผู้ชุมนุมแนะนำกันเองว่าไม่ให้อาบน้ำร้อนหลังจากโดนแก๊สน้ำตา เพราะเชื่อกันว่าน้ำร้อนจะทำให้รูขุมขนเปิดกว้างและทำให้สารเคมีซึมเข้าไปในผิวหนัง

Protesters throw back tear gas canisters in Hong Kong on Monday, Aug. 5, 2019. (AP Photo/Kin Cheung)
Protesters throw back tear gas canisters in Hong Kong on Monday, Aug. 5, 2019. (AP Photo/Kin Cheung)

สำนักข่าวเอพีรายงานว่ามีห้องครัวขนาดเล็กในตึกแห่งหนึ่งในฮ่องกง ที่กลางวันเป็นสถานที่ใช้ทำขนม แต่ในเวลากลางคืน ได้ถูกใช้เป็นห้องแล็บลับ ที่อาสาสมัครใช้จัดทำชุดเครื่องมือล้างพิษให้กับผู้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย

เจ้าของห้องครัวดังกล่าว ไม่เปิดเผยชื่อจริงเพราะกลัวว่าธุรกิจของเธอจะได้รับผลกระทบ แต่บอกว่าเธอทำไปเพื่อช่วยเหลือผู้ชุมนุมประท้วง ที่มักจะเลี่ยงไม่ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล เพราะไม่อยากเสี่ยงเปิดเผยตัวตน ที่อาจทำให้โดนจับกุมได้

ชุดเครื่องมือล้างพิษดังกล่าว ประกอบด้วย เม็ดแคปซูลที่มีวิตามินและสารจากธรรมชาติอื่น ๆ แพ็คอยู่ในถุงเล็ก ๆ เครื่องดื่มสีน้ำตาลขุ่นที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่เชื่อว่าจะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย นอกจากนี้ยังมีขั้นตอนการปฏิบัติเพื่อล้างพิษเป็นเวลา 10 วัน เช่น ห้ามไม่ให้ผู้ชุมนุมดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือสูบบุหรี่

ชุดล้างพิษที่ว่านี้ ไม่ได้มีการทดลองทางวิทยาศาสตร์ว่ารักษาอาการที่เกิดจากแก๊สน้ำตาได้หรือไม่ แต่เจ้าของห้องครัวอ้างว่าที่ผ่านมามีผลตอบรับเป็นอย่างดี จากการแจกจ่ายเครื่องมือล้างพิษชุดแรก ผ่านเครือข่ายลับของผู้ปฐมพยาบาลและนักสังคมสงเคราะห์

อาสาสมัครคนหนึ่งที่ให้สัมภาษณ์ว่า เธอไม่กล้าพอที่จะเข้าร่วมการชุมนุมบนท้องถนน แต่ด้วยความอยากมีส่วนร่วม เธอจึงได้มาช่วยจัดทำชุดล้างพิษช่วยเหลือผู้ประท้วงคนอื่น ๆ

A man runs among the tear gas during a protest in Hong Kong,
A man runs among the tear gas during a protest in Hong Kong,

อลิสเตอร์ เฮย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสารพิษ กล่าวว่า หากมีแก๊ส ซีเอส (CS gas) ซึ่งเป็นสารที่มักจะพบทั่วไปในแก๊สน้ำตาในปริมาณที่มากเกินไป หรือมีสารตกค้างในสภาพแวดล้อมเป็นเวลานาน ก็อาจจะทำให้เกิดอาการเรื้อรังและกระทบต่อสุขภาพของบุคคลที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงได้

การสำรวจโดยกลุ่มแพทย์ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ที่ทดสอบผู้สื่อข่าวประมาณ 170 คนที่ลงสนามทำข่าวประท้วงในฮ่องกง พบว่าส่วนใหญ่มีปัญหาหายใจติดขัด ไอเรื้อรัง ไอออกมาเป็นเลือด ผิวหนังระคายเคือง และมีอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องร่วง และอาเจียน ตามรายงานของสื่อฮ่องกง

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่รัฐบาลฮ่องกงบอกว่า สารพิษที่เจอ อาจจะเกิดจากการที่ผู้ชุมนุมประท้วงจุดไฟเผาตามท้องถนน แต่ปฏิเสธที่จะเปิดเผยว่ามีสารอะไรอยู่ในแก๊สน้ำตา โดยอ้างว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่เกี่ยวกับการปฏิบัติงานของตำรวจ

XS
SM
MD
LG