ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

ฮ่องกงทำลายคลังงาช้างของกลางที่ยึดไว้ได้ปริมาณกว่าสามสิบตัน


มูลนิธิ African Wildlife Foundation ในอาฟริกาเเสดงความยินดีต่อการทำลายคลังงาช้างของกลางจำนวนมหาศาลในฮ่องกงเพราะเห็นว่าช่วยสร้างความตื่นตัวต่อปัญหาการลับลอบล่าช้างเพื่อตัดงา

คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์แห่งกระทรวงเกษตรประมงและการอนุรักษ์แห่งฮ่องกงเป็นฝ่ายออกคำสั่งให้ทำลายคลังงาช้างจำนวนมหาศาลนี้ซึ่งเป็นของกลางที่ฮ่องกงยึดไว้ได้

เนื่องจากงาช้างที่จะนำไปทำลายนี้มีปริมาณมาก ฮ่องกงได้วางแผนแบ่งการทำลายงาช้างออกเป็นงวดๆ และจะทำลายด้วยการเผาเเทนการบดให้เเตกเป็นชิ้นๆ ซึ่งการบดให้แตกเป็นชิ้นๆ ซึ่งการบดให้แตกเป็นวิธีที่ใช้ในสหรัฐและจีนเมื่อเร็วๆ นี้แต่ฮ่องกงต้องการทำการเผางาช้างแทนเพื่อให้กลายเป็นเถ้าถ่านและป้องกันไม่ให้คนเก็บชิ้นส่วนงาช้างไปขาย

Dr. Patrick Bergin ประธานมูลนิธิ African Wildlife Foundation ใน Nairobi กล่าวกับผู้สื่อข่าววีโอเอว่าเขายินดีกับการตัดสินใจทำลายคลังงาช้างของกลางโดยฮ่องกงครั้งนี้ เขากล่าวว่าการตัดสินใจนี้เเสดงให้เห็นว่าโลกตื่นตัวต่อปัญหานี้และเเสดงให้เห็นว่าชาติตะวันออก ตะวันตกและอาฟริกาสามารถร่วมมือกันในการแก้ปัญหาการลักลอบค้างาช้างเถื่อน

Dr. Bergin กล่าวว่าการทำลายงาช้างของกลางที่ยึดได้ในฮ่องกงมีนัยยะสำคัญมากเพราะนอกจากจะเป็นจำนวนงาช้างที่มหาศาลแล้ว ฮ่องกงเป็นส่วนหนึ่งในเส้นทางขนส่งงาช้างเถื่อนที่สำคัญมาก

เขากล่าวกับผู้สื่อข่าววีโอเอว่าฮ่องกงมีปริมาณงาช้างที่ยึดได้มากกว่าที่อื่นๆ สหรัฐทำลายงาช้างของกลางที่ยึดได้ไปราวหกตันในขณะที่ฮ่องกงยึดงาช้างไว้ได้รวมมากกว่า 33 ตัน โดยฮ่องกงเก็บรวมรวมงาช้างที่ยึดได้เอาไว้เป็นระยะเวลาหนึ่ง

Dr. Bergin กล่าวว่าเคยเกิดวิกฤติการลักลอบล่าช้างเพื่อตัดงาเมื่อราว 20 ถึง 30 ปีก่อน ในขณะนั้นผู้คนในสหรัฐและในชาติพัฒนาหลายชาตินิยมซื้อเครื่องประดับที่ทำจากงาช้าง เขากล่าวว่าตอนนั้นเริ่มมีการรณรงค์เพื่อสร้างความตื่นตัวในสาธารณชนเพื่อให้เข้าใจว่าช้างถูกล้มเพื่อนำงามาทำเป็นเครื่องประดับ การรณรงค์ครั้งนั้นเน้นว่าคนเราไม่ควรสวมเครื่องประดับทำจากงาช้างเพราะงาเป็นของคู่ควรกับช้างเท่านั้น

การรณรงค์ต่อต้านเรื่องนี้ในสหรัฐช่วยให้คนทั่วไปสหรัฐเห็นความสำคัญของบทบาทของพวกเขาในการมีส่วนร่วมแก้ปัญหาการลักลอบตัดงาช้างด้วยการเลิกใช้เครื่องประดับที่ทำจากงาช้าง

Dr. Bergin ประธานมูลนิธิ African Wildlife Foundation ใน Nairobi กล่าวอีกว่าการรณรงค์ต่อต้านแนวนี้ไม่ปรากฏในเอเชีย เขากล่าวว่าทวีปเอเชียมีประชากรมากที่สุดในโลกและเชื่อว่าตลาดงาช้างเกือบทั้งหมดอยู่ในทวีปเอเชีย เขาคิดว่าเอเชียต้องเริ่มรณรงค์ต่อต้านการใช้เครื่องประดับที่ทำจากงาช้าง ต้องรณรงค์ให้เข้าถึงกลุ่มประชาชนรุ่นใหม่โดยเฉพาะในจีน เวียดนาม ฮ่องกงและประเทศไทย เพื่อให้คนรุ่นใหม่เข้าใจถึงผลเสียรุนแรงต่อช้างที่เกิดจากความนิยมใช้เครื่องประดับที่ทำจากงาช้าง

Dr. Bergin นักอนุรักษ์ช้างในอาฟริกากล่าวปิดท้ายรายงานจากผู้สื่อข่าววีโอเอว่าสื่อสังคมทางออนไล์มีบทบาทมากในการรณรงค์ช่วยสร้างความตื่นตัวต่อเรื่องนี้เเก่สาธารณชนเนื่องจากช่วยกระจายข่าวสารเกี่ยวกับการลักลอบล่าช้างและผลกระทบไปสู่ประชาชนได้อย่างรวดเร็วซึ่งต่างจากการรณรงค์ในอดีตเมื่อ 20-30 ปีที่แล้ว
XS
SM
MD
LG