ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

Hollywood พอใจกับรายได้จากภาพยนตร์ที่นำออกฉายในช่วงหน้าร้อนปีนี้มาก เพราะสูงเป็นประวัติการณ์ แต่ที่ผิดความคาดหมายก็มีไม่น้อย


Hollywood พอใจกับรายได้จากภาพยนตร์ที่นำออกฉายในช่วงหน้าร้อนปีนี้มาก นักวิเคราะห์คาดว่า รายได้จากการขายบัตรชมภาพยนตร์เฉพาะในทวีปอเมริกาเหนือ รวมแล้วสูงถึง 4.71 พันล้านดอลล่าร์ เพิ่มจากรายได้ในช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้ว 10.2% ซึ่งนับเป็นสถิติใหม่

ส่วนจำนวนผู้ชมเพิ่มขึ้น 6.6% หรือนับเป็นตัวเลขเท่ากับ 573 ล้านคน ส่วนสำคัญอีกส่วนหนึ่ง คือค่าบัตรชมภาพยนตร์สูงขึ้นด้วย

ช่วงหน้าร้อนอย่างไม่เป็นทางการในอเมริกาที่ว่านี้ คือจากสิ้นเดือนพฤษภาคมไปจนถึงสัปดาห์แรกในเดือนกันยายน และมีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมภาพยนตร์มาก เพราะตามปกติ ช่วงเวลานี้ทำรายได้ให้สูงถึง 40% ของรายได้รวมทั้งปี บรรดาโรงถ่ายและโรงฉายภาพยนตร์จึงหมายมั่นปั้นมือกับการนำภาพยนตร์ประเภท Blockbuster หรือหนังฟอร์มใหญ่ ออกมาประชันกันในช่วงเวลาที่ว่านี้

สำหรับหนังฟอร์มใหญ่ที่ทำเงินได้มากกว่าใครเพื่อนในหน้าร้อนปีนี้ คือ ‘Iron Man 3’ โดยมีรายได้จากการฉายทั่วโลก 1.2 พันล้านดอลล่าร์ หน้าร้อนปีนี้มีหนังฟอร์มใหญ่ออกฉาย 23 สูงกว่าปีที่แล้ว 53% ทำให้ผู้ชมแบ่งใจแบ่งเวลาได้ไม่ทั่วถึง หนังฟอร์มใหญ่อย่าง ‘The Wolverine’ และ ‘The Hangover, Part III’ จึงถูกละเลย ทำเงินไม่ได้มากอย่างที่คาดหวังกันไว้

ส่วน ‘Pacific Rim’ ซึ่งโรงถ่าย Warner Brothers ทุ่มทุนสำหรับการสร้างและการตลาด 330 ล้านดอลล่าร์ ทำรายได้ได้เพียง 400 ล้านเศษ เมื่อแบ่งให้โรงฉายภาพยนตร์ 50% แล้ว Warner Brothers มีรายได้ไม่คุ้มทุนสำหรับหนังเรื่องนี้

ข้อสังเกตอีกเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับหนังหน้าร้อนปีนี้ คือมีหลายเรื่องที่เป็นตอนต่อ หรือย้อนกลับไปตอนเริ่มแรก อย่าง ‘Man of Steel’ หรือ Superman ซี่งมีพระเอกและนางเอกหน้าใหม่ทั้งคู่

‘Man of Steel’ ทำรายได้ราวๆ 600 ล้านดอลล่าร์ จึงเป็นที่แน่ใจกันได้ว่า จะได้ดูตอนสองกันอย่างแน่นอน

หนังที่ทำความประหลาดใจให้ผู้สร้างก็มี อย่างเช่น ‘The Heat’ เรื่องของเจ้าหน้าที่หญิงของ FBI ที่ต้องทำงานร่วมกับตำรวจหญิงที่มีวิธีปราบผู้ร้ายแบบชาวบ้าน ดาราตุ๊กตาทอง Sandra Bullock และดาวตลก Melissa McCarthy รับบทนำ

20th Century Fox ทำรายได้จาก ‘The Heat’ 210 ล้านดอลล่าร์ และประกาศสร้างตอนสองออกมาแล้วด้วย

ส่วนหนังฟอร์มใหญ่และดาราใหญ่ที่ทำความผิดหวังก็มี เช่น ‘After Earth’ ซึ่งมีดารา Will Smith และ ‘The Lone Ranger’ ซึ่งมี Johnny Depp โดยเฉพาะ ‘The Lone Ranger’ ซึ่งคาดกันว่า Disney ผู้สร้างจะขาดทุนระหว่าง 160 – 190 ล้านดอลล่าร์

อย่างไรก็ตาม เป็นที่แน่ใจได้เลยว่า หน้าร้อนปีหน้า Hollywood จะยังไม่เปลี่ยนแปลงการนำเสนอผลงานของตน เพราะรายได้ปีนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า การนำหนังใหญ่มาประชันกันในช่วงเวลาเพียงสามเดือนนี้ได้ผล
XS
SM
MD
LG