ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

งานวิจัยยืนยัน "การมองตาทารกขณะสื่อสาร" ช่วยกระตุ้นพัฒนาทางภาษาของลูกน้อย


please wait

No media source currently available

0:00 0:02:47 0:00

เฮเลน แฮร์ริสัน (Helen Harrison) ร้องเพลงกล่อมเด็กให้ อันยา (Anya) ลูกสาวอายุ 8 เดือนฟัง ในขณะที่จ้องตาลูกสาว เเละลูกสาวก็มองตาเเม่กลับเช่นกัน

หลังจากนั้น แฮร์ริสัน หลบตาลูกสาวในขณะที่ยังร้องเพลงกล่อมเด็กเพลงเดิมนี้ต่อ

ในการทดลองนี้ ทั้งแม่เเละลูกสวมหมวกคลุมศีรษะพิเศษที่มีเซ็นเซอร์หลายตัวติดเอาไว้ เพื่อตรวจจับสัญญาณสมองของทั้งเเม่และลูก ก่อนจะส่งสัญญาณต่อไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อทำการวิเคราะห์

ด็อกเตอร์ วิคตอเรีย เหลียง (Victoria Leong) หัวหน้า Baby-LINC Lab ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ (University of Cambridge) ในอังกฤษ กล่าวว่า นี่เป็นการทดลองครั้งเเรกที่พบว่าทารกมีความสามารถพิเศษในการล็อคเข้ากับกิจกรรมในสมองของผู้ใหญ่ ทีมงานคิดว่าสาเหตุอาจเป็นเพราะว่า เด็กมีความสามารถในการบอกได้ว่า การมองตาเเสดงว่ามีความพร้อมที่จะสื่อสารเเละตอบสนอง

คลื่นสมอง 36 คู่ของเด็กเล็กกับของผู้ใหญ่ เเสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงระดับความพร้อมเพรียงกันระหว่างคลื่นสมองของพวกเขา โดยขึ้นอยู่กับการมองตากันของทั้งสองฝ่าย

ผลการวิจัยที่น่าประหลาดใจนี้พบว่า ความพร้อมเพรียงกันของคลื่นสมองของเด็กกับผู้ใหญ่เกิดขึ้นเมื่อศีรษะของผู้ใหญ่หันไปทางอื่น แต่ว่าตาของผู้ใหญ่ยังจ้องไปที่ตาของทารกอยู่

ความตั้งใจของทารกในการสื่อสารถูกวัดโดยจำนวนครั้ง เเละระยะเวลาของการเปล่งเสียงของเด็ก ทารกที่เปล่งเสียงออกมายาวที่สุด มีคลื่นสมองที่พร้อมเพรียงที่สุดกับคลื่นสมองของผู้ใหญ่ โดยทีมนักวิทยาศาสตร์ชี้ว่าอาจช่วยให้การเรียนรู้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ด็อกเตอร์ วิคตอเรีย เหลียง กล่าวว่า นี่อาจจะเเสดงให้เห็นว่า การสบตากันตรงๆ ระหว่างทารกและผู้ดูแลเด็ก ช่วยกระตุ้นการพัฒนาด้านการสื่อสารเเละภาษาของทารก

ทีมนักวิจัยชี้ว่า หลักฐานที่ได้นี้เเสดงว่าคลื่นสมองที่มีการประสานอย่างพร้อมเพรียงกันระหว่างคลื่นสมองของทารกกับของผู้ใหญ่ จะดีมากขึ้นไปอีกหากทั้งสองฝ่ายเเสดงความตั้งใจมากขึ้นในการสื่อสารต่อกัน

ซึ่งคล้ายกับที่คนเราทั่วไปมักจะบอกว่า ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ

(เรียบเรียงโดยทักษิณา ข่ายแก้ว วีโอเอภาคภาษาไทยกรุงวอชิงตัน)

XS
SM
MD
LG