ลิ้งค์เชื่อมต่อ

site logo

ทำเนียบขาวขอเวลา 2 สัปดาห์วิจัยไวรัสสายพันธุ์ ‘โอมิครอน’ 


Dr. Anthony Fauci, director of the National Institute of Allergy and Infectious Diseases, speaks during the daily briefing at the White House in Washington, Dec. 1, 2021.

นายแพทย์แอนโธนี เฟาชี่ หัวหน้าคณะที่ปรึกษาด้านการแพทย์ของทำเนียบขาว ระบุในวันศุกร์ว่า นักวิทยาศาสตร์ต้องใช้เวลาอีกราวสองสัปดาห์ถึงจะทราบอย่างถ่องแท้ว่า เชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ โอมิครอน ระบาดได้ง่ายเพียงใด และมีความร้ายแรงเพียงใดกันแน่ และก่อนที่จะมีข้อมูลดังกล่าว ผู้คนต้องฉีดวัคซีนรวมทั้งวัคซีนเข็มบูสเตอร์เพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

ในระหว่างการแถลงข่าวประจำวันที่ทำเนียบขาว นพ.เฟาชี่ กล่าวว่า นักวิจัยของแอฟริกาใต้กำลังเดินหน้าวิจัยข้อมูลดังกล่าวอยู่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งยังต้องใช้เวลาอีก 1-2 สัปดาห์ถึงจะได้ข้อมูลทางคลินิกและเพราะเชื้อไวรัสสายพันธุ์นี้ถูกพบครั้งแรกในแอฟริกาใต้ และยังคงต้องมีศึกษากรณีระยะยาวอื่นๆ อีกต่อไป

ทีมของทำเนียบขาวยังย้ำสารจากประธานาธิบดี โจ ไบเดน ที่ระบุก่อนหน้านี้ว่า เชื้อไวรัสสายพันธุ์ โอมิครอน เป็นสายพันธุ์ที่น่ากังวล โดยนพ.เฟาชี่ นำเสนอข้อมูลใหม่ที่ระบุว่า วัคซีนของโมเดอร์นาและไฟเซอร์-ไบโอเอ็นเทค เพิ่มแอนติบอดีได้อย่างมาก และย้ำถึงความจำเป็นที่ประชาชนต้องรับการฉีดวัคซีนด้วย

แพทย์หญิงโรเชลล์ วาเลนสกี ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ หรือ ซีดีซี เปิดเผยว่า ซีดีซีร่วมมือกับหน่วยงานด้านสาธารณสุขทั่วสหรัฐฯ เพื่อช่วยให้หน่วยงานเหล่านี้ถอดรหัสจีโนม เพื่อกักตัวและบ่งชี้ผู้ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอมิครอนได้อย่างรวดเร็ว โดยเธอกล่าวย้ำว่า ขณะนี้ ซีดีซีดำเนินการดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมามาก

แพทย์หญิงวาเลนสกีย้ำด้วยว่า แม้ความสนใจจะอยู่ที่ไวรัสสายพันธุ์โอมิครอน แต่ไวรัสสายพันธุ์เดลตาคือ เชื้อที่กำลังระบาดหนักในสหรัฐฯ และทำให้มีผู้ติดเชื้อถึงร้อยละ 99.9 จากผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสทั้งหมด โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่ไม่ฉีดวัคซีน

นายเจฟ ไซเอนส์ ผู้ประสานงานด้านโรคโควิด-19 ของทำเนียบขาว ระบุว่า เมื่อวันพฤหัสบดี มีผู้ฉีดวัคซีนจำนวน 2.2 ล้านคนทั่วสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงผู้ฉีดวัคซีนเข็มบูสเตอร์กว่า 1 ล้านคนด้วย โดยตัวเลขนี้เป็นยอดฉีดวัคซีนต่อวันที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม

นายไซเอนส์ระบุว่า ผู้นำสหรัฐฯ ได้กำหนดขอบเขตการทำงานเพื่อรับมือกับภัยไวรัสสายพันธุ์โอมิครอน เช่น การฉีดวัคซีนและวัคซีนเข็มบูสเตอร์ให้ผู้ใหญ่ การเริ่มฉีดวัคซีนให้เด็ก การมอบอุปกรณ์ตรวจหาเชื้อประจำบ้านแบบไม่มีค่าใช้จ่าย ยกระดับมาตรการการท่องเที่ยว และทำให้ประเทศอื่นๆ ทั่วโลกได้รับวัคซีน

ผู้ประสานงานด้านโควิด-19 กล่าวด้วยว่า สหรัฐฯ บริจาควัคซีนไปแล้วเป็นจำนวน 1,200 ล้านโดสไปยังหลายประเทศ ซึ่งเป็นจำนวนมากกว่าวัคซีนที่ประเทศอื่นๆ ทั่วโลกบริจาครวมกัน โดยในวันศุกร์วันเดียว สหรัฐฯ จัดส่งวัคซีน 11 ล้านโดส โดยมี 9 ล้านโดสที่มีกำหนดส่งไปยังทวีปแอฟริกา

XS
SM
MD
LG