ลิ้งค์เชื่อมต่อ

ตอบทุกคำถาม กับ 'วัคซีนบูสเตอร์' เพิ่มภูมิต้านโควิด-19


FILE - A woman receives the Pfizer-BioNTech COVID-19 vaccine as a booster dose at Skippack Pharmacy in Schwenksville, Pennsylvania, August 14, 2021.
FILE - A woman receives the Pfizer-BioNTech COVID-19 vaccine as a booster dose at Skippack Pharmacy in Schwenksville, Pennsylvania, August 14, 2021.

ขณะนี้มีชาวอเมริกันหลายล้านคนที่สามารถได้รับวัคซีนเข็มเพื่อกระตุ้นภูมิต้านทานโควิด-19 หรือที่เรียกว่า "วัคซีนบูสเตอร์" แต่การหาคำตอบว่าใครบ้างที่มีสิทธิได้รับวัคซีนบูสเตอร์ และเมื่อไหร่ที่ควรจะฉีดเพิ่มนั้น ยังเป็นสิ่งที่ทำให้หลายคนสงสัยอยู่ นอกจากนี้ การรับวัคซีนบูสเตอร์ยังท้าทายเพิ่มขึ้นอีก เมื่อสามารถเลือกรับวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกันเข็มนี้ได้จากวัคซีนถึงสามยี่ห้อ

สำนักข่าว Associated Press ได้รวบรวมคำถามคำตอบเกี่ยวกับวัคซีนกระตุ้นภูมิต้านทานไว้ดังนี้

ทำไมวัคซีนบูสเตอร์จึงจำเป็น?

สำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว ผลของวัคซีนยังคงให้ความคุ้มครอง ช่วยลดความเสี่ยงไม่ให้ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลหรือเสียชีวิตหากติดโควิด-19 อย่างไรก็ตาม ภูมิต้านทานโควิด-19 นั้นอาจจะอ่อนลงได้ตามกาลเวลา และเมื่อมีการระบาดของโคโรนาไวรัสสายพันธ์เดลตาในสหรัฐฯ​ ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่แพร่เชื้อได้อย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่สาธารณสุขสหรัฐฯ จึงต้องการกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้กับผู้ที่มีความเสี่ยง ที่ได้รับวัคซีนเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สาธารณสุขสหรัฐฯ ย้ำว่าการฉีดวัคซีนเข็มแรกให้ผู้ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนเลยยังคงเป็นความสำคัญลำดับแรกของสหรัฐฯ ในเวลานี้

วัคซีนสูตรใดได้รับการอนุมัติให้เป็นวัคซีนบูสเตอร์แล้วบ้าง?

ในสัปดาห์นี้ รัฐบาลสหรัฐฯ ได้อนุมัติให้ใช้วัคซีนที่ผลิตโดยจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน และโมเดอร์นาเพื่อเป็นวัคซีนเสริมภูมิคุ้มกัน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้อนุญาตให้ใช้วัคซีนของบริษัทไฟเซอร์ไปแล้ว ทำให้ปัจจุบัน วัคซีนทั้งสามยี่ห้อได้รับการอนุมัติให้ฉีดเป็นเข็มบูสเตอร์ให้กับคนอเมริกัน โดยมีคนอเมริกันมากกว่า 120 ล้านคนที่จะสามารถเข้ารับวัคซีนกระตุ้นภูมิได้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า หรือคิดเป็น 2 ใน 3 ของผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้ว

แต่ใครบ้างที่จะมีสิทธิได้รับ และเมื่อไหร่นั้น ขึ้นอยู่กับว่าได้วัคซีนชนิดใดเป็นเข็มแรก

FILE PHOTO: Vials labelled "Moderna, Johnson & Johnson, Pfizer-BioNTech coronavirus disease (COVID-19) vaccine" are seen in this illustration picture taken May 2, 2021
FILE PHOTO: Vials labelled "Moderna, Johnson & Johnson, Pfizer-BioNTech coronavirus disease (COVID-19) vaccine" are seen in this illustration picture taken May 2, 2021

ผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มแรกของไฟเซอร์ หรือโมเดอร์นา จะสามารถฉีดเข็มบูสเตอร์ในระยะเวลาอย่างน้อยอีก 6 เดือนหลังจากวันที่ได้รับเข็มที่สอง และต้องมีอายุ 65 ปีขึ้นไป หรือมีปัญหาสุขภาพ หรือต้องทำงานหรือใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยงต่อการป่วยหนักหรือต่อการติดโควิด-19 นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขยังรวมอยู่ในกลุ่มนี้อีกด้วย เพราะงานของพวกเขาทำให้พวกเขาต้องเสี่ยงกับการได้รับเชื้อ และหากติดเชื้อแล้ว แม้มีอาการเพียงเล็กน้อย พวกเขาก็จะไม่สามารถมาทำงานได้

ส่วนผู้ที่ได้รับวัคซีนจอห์นสันแอนด์จอห์นสันอย่างน้อยเมื่อ 2 เดือนที่แล้วแล้ว สามารถเข้ารับวัคซีนบูสเตอร์ได้เช่นกัน โดยไม่จำเป็นต้องเป็นผู้สูงวัยหรือมีอาการหรือโรคประจำตัวอืน ๆ

การได้รับวัคซีนต้านโควิด-19 เพียงหนึ่งเข็มของ จอห์นสันแอนด์จอห์นสันนั้นมีประสิทธิภาพน้อยว่าการได้รับวัคซีนสองเข็มของโมเดอร์นาและไฟเซอร์ ดังนั้นสาธารณสุขสหรัฐฯ จึงเห็นว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้ที่เคยได้รับวัคซีนของจอห์นสันแอนด์จอห์นสันนั้นจะต้องได้รับการกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้เพิ่มขึ้น ส่วนผู้ที่เคยได้รับวัคซีนของโมเดอร์นาและไฟเซอร์มาก่อนแล้วนั้น ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่า ทุกคนจำเป็นต้องได้รับวัคซีนเข็มที่สามหรือไม่ แต่มีการพบว่าภูมิคุ้มกันต่อต้านโควิด-19 ในบางคนนั้นลดลงหลังเวลาผ่านไป 6 เดือน

วัคซีนบูสเตอร์ ต้องรอ 6 เดือนหรือไม่?

สำหรับผู้ที่ใจร้อน ไม่อยากรอถึงหกเดือนนั้น ผู้เชี่ยวชาญเห็นตรงกันว่า การได้รับวัคซีนกระตุ้นภูมิเร็วเกินไปอาจจะลดประสิทธิผลของวัคซีนได้ จังหวะเวลานั้นเป็นสิ่งสำคัญเพราะระบบภูมิคุ้มกันจะค่อย ๆ สร้างป้อมปราการต่อต้านเชื้อโรคเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาหลายเดือน การปล่อยให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานที่แข็งแรงเต็มที่แล้วนั้น จะยิ่งช่วยให้วัคซีนเข็มต่อไปสร้างภูมิคุ้มกันได้เข้มแข็งยิ่งขึ้น

การผสมแบบ “มิกซ์ แอนด์ แมทช์” หรือ "ฉีดไขว้" หมายถึงอะไร?

"การฉีดไขว้" หมายถึงการได้รับวัคซีนต่างยี่ห้อจากวัคซีนเข็มแรก การผสมผสานยี่ห้อวัคซีนช่วยทำให้เกิดความยืดหยุ่นในบางกรณี เช่น กรณีการฉีดวัคซีนให้ผู้ที่อยู่ในสถานดูแลผู้ป่วยหรือคนชราที่อาจจะมีการนำเอาวัคซีนยี่ห้อเดียวเข้าไปฉีด นอกจากนั้นยังเปิดโอกาสให้คนที่เกิดอาการข้างเคียงต่อการฉีดวัคซีนยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่งเลี่ยงไปฉีดวัคซีนยื่ห้ออื่นได้อีกด้วย

U.S. President Joe Biden holds up his sleeve to receive his coronavirus disease (COVID-19) booster vaccination in the Eisenhower Executive Office Building's South Court Auditorium at the White House in Washington, U.S., September 27, 2021
U.S. President Joe Biden holds up his sleeve to receive his coronavirus disease (COVID-19) booster vaccination in the Eisenhower Executive Office Building's South Court Auditorium at the White House in Washington, U.S., September 27, 2021

จำเป็นต้องไปเสาะหาวัคซีนที่ต่างออกไปหรือไม่?

ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรค (CDC) ตลอดจน องค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ (FDA) ไม่ได้แนะนำว่าจะต้องเปลี่ยนยี่ห้อวัคซีน แต่เปิดไว้ให้เป็นการตัดสินใจส่วนบุคคล ผลการศึกษาขั้นต้นโดยรัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่าการได้รับเข็มบูสเตอร์ไม่ว่าจะของวัคซีนสูตรใดก็ตาม ช่วยกระตุ้นให้เกิดภูมิคุ้มกันต่อต้านไวรัสได้ทั้งนั้น ไม่ว่าคน ๆ นั้นจะฉีดวัคซีนยี่ห้อใดมาก่อน สำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีนของจอห์นสันแอนด์จอห์นสันเป็นเข็มแรก การได้รับช็อตกระตุ้นจากโมเดอร์นาหรือไฟเซอร์ ดูจะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้มากขึ้น แต่นักวิจัยยังเตือนว่าการศึกษาดังกล่าวเป็นการศึกษากลุ่มตัวอย่างที่น้อยเกินกว่าที่จะชี้ได้ว่าผสมวัคซีนแบบใดดีกว่ากัน

จำเป็นต้องได้วัคซีนกระตุ้นภูมิหรือไม่ ถึงจะเรียกได้ว่าฉีควัคซีนครบโดสแล้ว?

CDC กล่าวว่า ผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มที่สองของไฟเซอร์และโมเดอร์นาแล้วสองสัปดาห์ หรือได้รับวัคซีนเข็มเดียวของจอห์นสันแอนด์จอห์นสันแล้ว ถือว่าเป็นผู้ฉีดวัคซีนครบโดสแล้วทั้งนั้น

วัคซีนบูสเตอร์ คือการฉีดเพิ่มภูมิคุ้มกันเข็มสุดท้าย?

เป็นเรื่องที่ยังไม่มีคำตอบ นักวิทยาศาสตร์บางคนมองว่า ในท้ายที่สุดแล้วผู้คนอาจจะต้องได้รับการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 อยู่เป็นประจำ เช่นเดียวกับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ที่ต้องทำทุกปี อย่างไรก็ตามจำเป็นต้องมีการศึกษาว่าเข็มบูสเตอร์ในปัจจุบันนี้จะให้ความคุ้มครองเป็นระยะเวลายาวนานเท่าใด

(ที่มา: สำนักข่าว Associated Press)

XS
SM
MD
LG