ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

เส้นทางลัดสู่การได้ ‘ใบเขียว’ ในอเมริกาผ่านวีซ่านักลงทุน กับความกังวลเรื่องคอร์รัปชั่น


Green Card

คนจำนวนมากที่มาอยู่ในสหรัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเรียนนักศึกษาจากต่างประเทศ หวังว่าจะได้สถานะเป็นผู้มีถิ่นพำนักถาวรในอเมริกาตามสิทธิ์ของ green card หรือ ใบเขียว

ขั้นตอนการเข้ากระบวนการและได้ใบเขียวใช้เวลาหลายปี และก่อนได้สิทธิ์ดังกล่าว คนต่างชาติเหล่านี้ยังต้องอยู่ในเงื่อนไขที่เคร่งครัด เช่น ต้องรักษาสถานภาพนักศึกษา มีบริษัทสังกัด หรือหาคนสนับสนุนการขอ green card

อย่างไรก็ตาม มีวีซ่าทางลัดที่คนจำนวนมากไม่ทราบ วีซ่าดังกล่าวเรียกว่า วีซ่า EB-5 การจะได้มาซึ่งวีซ่าชนิดนี้ ผู้ยื่นขอต้องมีเงินลงทุนในสหรัฐฯขั้นต่ำ 500,000 ดอลลาร์ หรือกว่า 16 ล้านบาท

รัฐบาลอเมริกันซึ่งออกวีซ่าชนิดนี้มาตั้งแต่เมื่อ 28 ปีก่อน ต้องการกระตุ้นการลงทุนและการจ้างงานในสหรัฐฯ

ทางการกำหนดว่า เงินลงทุนสามารถทำได้ทั้งทางตรงสู่บริษัทในอเมริกา หรือทางอ้อมผ่านบริษัทเอกชน ที่เรียกว่า ‘regional centers’ จำนวน 1,382 แห่งที่รวมเงินทุนเพื่อไปลงทุนต่อ

เงินลงทุนดังกล่าวจะต้องทำให้เกิดการจ้างงาน หรือรักษาตำแหน่งงานอย่างน้อย 10 ตำแหน่งที่เป็นงานประจำ

ผู้ที่ได้รับวีซ่า EB-5 จะต้องทำให้เกิดการจ้างงานตามเป้าภายใน 2 ปี จากนั้นก็จะได้สถานะเป็นผู้มีถิ่นพำนักถาวรในอเมริกา ถือเป็นการร่นเวลาหากเทียบการช่องทางได้ green card วิธีอื่นๆ

สถิติเมื่อ 2 ปีก่อนระบุว่า ผู้ได้วีซ่านี้ส่วนใหญ่ คือร้อยละ 91.5 ลงทุนผ่าน ‘regional centers’ ที่รวมเงินเพื่อไปลงทุนต่อ

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการวีซ่า EB-5 ซึ่งรวมถึงวุฒิสมาชิกคนสำคัญ ชาร์ลส์ กลาสเซอร์ (Charles Glasser) กล่าวว่า วีซ่าชนิดนี้เป็นช่องทางคอร์รัปชั่น

วุฒิสมาชิกกลาสเซอร์ เรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงการออกวีซ่าชนิดนี้ และต้องรอดูต่อไปว่าจะมีการต่ออายุให้โครงการวีซ่า EB-5 ดำเนินต่อไป หรือไม่หลังวันที่ 7 ธันวาคมนี้ เมื่อถึงระยะเวลาการพิจารณารอบใหม่

ทนายความด้านกฎหมายคนเข้าเมือง ซู คาน ฟาม ให้ข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาของ วีซ่า EB-5 ว่าผู้นำเงินมาลงทุนบางคนไม่ทราบว่าเงินถูกใช้ไปในทางใดบ้าง

เขากล่าวว่า แม้กฎหมายระบุว่าเงินลงทุนต้องทำให้เกิดการจ้างงาน แต่บางครั้งเงินถูกใช้ไปเพื่อชำระหนี้หรือใช้เป็นเงินค้ำประกัน

ที่ผ่านมามีบริษัทประเภท ‘regional centers’ มากกว่า 280 แห่งถูกถอนสถานภาพ เพราะไม่สามารถให้ข้อมูลอย่างเพียงพอต่อทางการ หรือดำเนินกิจการไม่เป็นไปตามจุดมุ่งหมายของวีซ่าที่ให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ

ปัจจุบันไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่ามีผู้ถือวีซา EB-5 ในสหรัฐฯ ทั้งหมดกี่ราย แม้ว่าตามกฎหมาย ทางการสามารถออกวีซ่าชนิดนี้ได้ 10,000 รายต่อปี

อาจารย์ Stephen Yale-Loehr จากคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัย Cornell ของสหรัฐฯ ผู้ซึ่งประกอบอาชีพทนายความที่บริษัท Miller Mayer LLP กล่าวว่า ในแต่ละปีน่าจะมีนักเรียนต่างชาติหลายร้อยคนในอเมริกาที่ได้วีซ่า EB-5

ส่วนมากนักเรียนนักศึกษาต่างชาติระดมเงินขั้นต่ำ 500,000 ดอลลาร์มาจากพ่อแม่และญาติพี่น้อง และผู้ตัดสินใจว่าจะลงทุนในด้านใดเป็นตัวนักศึกษาเอง ซึ่ง อาจารย์ Stephen Yale-Loehr กล่าวว่าเป็นเรื่องน่ากังวล

(รัตพล อ่อนสนิท เรียบเรียงจากรายงานของ Abigail Rubel)

XS
SM
MD
LG