ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

เอ็กซอนโมบิลหลุดจากผังหุ้นชั้นนำในดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์


FILE - A sign marks the entrance of the Exxon Mobil cooperate headquarters in Irving, Texas, Oct. 30, 2003.
please wait
Embed

No media source currently available

0:00 0:05:11 0:00



ภาพรวมของ เอ็กซอนโมบิล (ExxonMobil) บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ดูน่ากังวลมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะหลังดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ตัดสินใจถอดหุ้นของบริษัทแห่งนี้ ออกจากรายงานหุ้นชั้นนำ 30 แห่งซึ่งเป็นสมาชิกมาตั้งแต่เมื่อปี ค.ศ. 1928 ​ และดึงบริษัทเทคโนโลยนีอื่นๆ เข้ามาแทน เพื่อสะท้อนความนิยมของนักลงทุนในธุรกิจไฮเทค

รายงานข่าวของ CNN Business ระบุว่า การเปลี่ยนหุ้นที่ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์เลือกนำเสนอครั้งนี้เกิดขึ้น หลังบริษัท แอปเปิล ประกาศแตกหุ้น 1 ต่อ 4 ซึ่งจะมีผลในวันจันทร์หน้า ในขณะที่ราคาหุ้นของ เอ็กซอนโมบิล ดิ่งลงมาอย่างต่อเนื่องถึงเกือบ 40 เปอร์เซ็นต์นับตั้งแต่ต้นปีมา เนื่องจากแรงกดดันของราคาน้ำมันที่ปรับลด เพราะความต้องการใช้น้ำมันที่หดตัวจากวิกฤติการระบาดของโควิด-19

นอกเหนือจาก เอ็กซอนโมบิล บริษัทยาชั้นนำอย่าง ไฟเซอร์ (Phizer) และบริษัทเทคโนโลยีอากาศยาน เรยธีออน (Raytheon Technologies) คือผู้ที่ถูกปรับออกครั้งนี้ และทั้งหมดจะถูกแทนที่โดยหุ้นของบริษัทด้านเทคโนโลยีและชีวเภสัชภัณฑ์ ซึ่งรวมถึงบริษัท ฮันนีเวลล์ (Honeywell) ซึ่งทำให้หุ้นของ เชฟรอน (Chevron) กลายมาเป็นบริษัทน้ำมันและแก๊สแห่งเดียวที่เหลืออยู่ในรายงานดัชนีนี้

เมื่อเปรียบเทียบกับดัชนีอื่นๆ ความแตกต่างของดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ก็คือ หลักปฏิบัติที่ดัชนีนี้เน้นประเด็นราคาหุ้น ไม่ใช่มูลค่าธุรกิจตามราคาตลาดของบริษัท

แต่การปรับเปลี่ยนที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ มีนัยมากกว่าที่เห็น กล่าวคือ สถานการณ์ของหุ้นของเอ็กซอนโมบิล ซึ่งผู้ค้าหลักทรัพย์และนักลงทุนเรียกว่า หุ้นที่ขายออกยาก หรือ Tough Sell เมื่อเทียบกับหุ้นของบริษัทพลังงานจากฝั่งยุโรป เช่น บีพี (BP) และ เอควินอร์ (Equinor) ซึ่งไหวตัวหันมาจับธุรกิจพลังงานหมุนเวียนได้เร็วกว่าคู่แข่งจากฝั่งอเมริกา ขณะที่ ประเด็นพลังงานสะอาดและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลกคือเรื่องที่ทั่วโลกให้ความสนใจอย่างมาก และการระบาดของโควิด-19 ทำให้สถานการณ์ธุรกิจน้ำมันดูน่าหดหู่อยู่

เอ็กซอนโมบิล ได้ชื่อว่าเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกเมื่อปีค.ศ. 2013 ก่อนที่มูลค่าตามราคาตลอดจะปรับขึ้นสู่ระดับสูงสุดที่ 446,000 ล้านดอลลาร์เมื่อช่วงกลางปี ค.ศ. 2014 และทำสถิติปรับขึ้นเงินปันผลแก่นักลงทุนได้ถึง 37 ปีติดต่อกัน ก่อนที่จะเริ่มประสบปัญหาจากการลงทุนในธุรกิจขุดเจาะพลังงานในต่างประเทศที่ไม่ประสบความสำเร็จตามแผน ในช่วงเวลาที่กระแสธุรกิจทำให้นักลงทุนสนใจพลังงานทางเลือกต่างๆ มากกว่าเชื้อเพลิงฟอสซิลซึ่งเป็นจุดแข็งของบริษัทมาตลอดแล้ว จนในที่สุด มูลค่าของบริษัทหดหายไปถึง 267,000 ล้านดอลลาร์ จากระดับสูงสุดที่เคยทำได้

อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์เชื่อว่า เอ็กซอนโมบิล ยังมีโอกาสพลิกฟื้นสถานการณ์ของตน เนื่องจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ยังมีโอกาสปรับขึ้นได้อีกในอนาคต ซึ่งจะเป็นผลดีต่อบริษัท และอาจทำให้ถูกเลือกกลับเข้ามาอยู่ในดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์อีกครั้ง

XS
SM
MD
LG