ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

ผลการวิจัยที่เพิ่งเผยแพร่ออกมาระบุว่าการถ่าย x-ray เต้านมเพื่อตรวจหามะเร็ง หรือ mammogram อาจให้โทษมากกว่าประโยชน์


ในสหรัฐ มีการใช้ x-ray เพื่อตรวจหามะเร็งเต้านม หรือการทำ mammogram ราวๆ 37 ล้านรายต่อปี และเกือบสามในสี่ของผู้หญิงที่มีวัย 40 ปี และสูงกว่านั้น กล่าวว่า ได้รับการทำ mammogram ในช่วงปีที่ผ่านมา

คำถามที่นักวิจัยทางการแพทย์ต้องการหาคำตอบ คือ การตรวจพบมะเร็งเต้านมที่เล็กมากจนใช้มือคลำไม่พบ แต่ใช้ mammogram ตรวจพบนั้น ช่วยป้องกันการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งเต้านมอย่างได้ผล จริงหรือไม่

มีงานวิจัยเรื่อง mammogram ที่กระทำในประเทศแคนาดา ซึ่งถือเป็นงานใหญ่ที่สุดและละเอียดรอบคอบมากที่สุดชิ้นหนึ่ง โดยมีผู้หญิงเข้าร่วมโครงการ 90,000 คน และใช้เวลาติดตามศึกษานานถึง 25 ปี

และผลการวิจัยชิ้นนี้ที่เพิ่งเปิดเผยออกมา ระบุว่า อัตราการเสียชีวิตของผู้หญิงจากโรคมะเร็งเต้านมและจากโรคอื่นๆ ไม่แตกต่างกันไม่ว่าจะได้รับการทำ mammogram หรือไม่ งานวิจัยชิ้นนี้กล่าวต่อไปด้วยว่า การทำ mammogram ยังให้โทษได้อีกด้วย เพราะพบว่า หนึ่งในห้าของผู้ที่การทำ mammogram ระบุว่าเป็นมะเร็งและต้องรับการบำบัดรักษานั้น ปรากฏว่ามะเร็งที่ตรวจพบ ไม่เป็นภัยต่อสุขภาพและไม่จำเป็นต้องบำบัดรักษาด้วยการทำเคมีบำบัด การผ่าตัด หรือการฉายรังสี

ผลการวิจัยนี้ตีพิมพ์ไว้แล้วในวารสาร British Medical Journal และคำตอบที่นักวิจัยได้จากงานชิ้นนี้ ก็คือ การตรวจพบมะเร็งเต้านมที่เล็กมากจนใช้มือคลำไม่พบ แต่ใช้ mammogram ตรวจพบนั้น ไม่ได้เพิ่มความได้เปรียบให้กับผู้หญิง

ความเห็นเรื่องการทำ mammogram นี้แตกแยกกันเป็นสองฝ่ายมานานแล้วในวงการแพทย์ ฝ่ายหนึ่งซึ่งมีทั้งแพทย์และคนไข้ที่เป็นมะเร็งเต้านม เชื่อว่าการทำ mammogram เป็นประจำช่วยป้องกันการเสียชีวิต ในขณะที่นักวิจัยทางการแพทย์ ซี่งมีจำนวนมากขึ้นทุกที ให้ความเห็นว่า ไม่มีหลักฐานรองรับความเชื่อดังกล่าว หรือถ้ามี ก็เป็นหลักฐานที่ไม่น่าเชื่อถือ

บทบรรณาธิการของวารสาร British Medical Journal ที่ตีพิมพ์ควบคู่กับผลงานวิจัยชิ้นนี้ กล่าวว่า งานวิจัยก่อนหน้านี้ กระทำกันขึ้นก่อนจะมียาอย่างเช่น Tamoxifen ซึ่งช่วยลดอัตราการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งได้อย่างมาก จึงทำให้การตรวจพบแต่เนิ่นๆ มีความสำคัญน้อยลง

ขณะเดียวกัน ผู้หญิงสมัยนี้มีความเข้าใจในอันตรายของโรคมะเร็งเต้านมมากขึ้น และเอาใจใส่กับร่างกายของตนได้ดีกว่าและมากกว่าผู้หญิงในสมัยก่อน นอกจากนี้ งานวิจัยเป็นจำนวนมากไม่ได้ยึดถือมาตรฐานการทดลองอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะในการสุ่มตัวอย่างจัดกลุ่มที่ได้รับการทำ mammogram กับกลุ่มที่ไม่ได้รับการทำ mammogram

นักวิจัยยังพบด้วยว่า มีมะเร็งหลายชนิด ที่เติบโตอย่างเชื่องช้า หรือไม่เติบโตเลยและไม่ต้องบำบัดรักษา มะเร็งบางชนิดหดตัวลงเองหรือหายไปเลยก็มี ปัญหาก็คือ เมื่อทำ mammogram และพบมะเร็ง แพทย์ต้องให้การบำบัดรักษา เพราะไม่มีทางที่จะรู้ได้ว่า จะเป็นมะเร็งอันตรายหรือไม่

อัตราการบำบัดรักษาในลักษณะนี้เพิ่มสูงขึ้นเป็นหนึ่งในสามถ้ารวมผลการตรวจพบมะเร็งในท่อน้ำนมในเต้านม ที่เรียกว่า Ductal Carcinoma in situ (D.C.I.S.) ซึ่งต้องใช้การทำ mammogram เท่านั้นจึงจะพบ ปัญหาก็คือมะเร็งชนิดนี้อาจจะหลุดออกจากท่อน้ำนมเข้าไปในเต้านม หรืออาจไม่เข้าไปเลยก็ได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจพบด้วยการทำ mammogram แพทย์มักจะทำการผ่าตัดถึงขั้นตัดเต้านมออก

เรื่องควรจะรับการทำ mammogram หรือไม่นี้ยังไม่มีข้อยุติ ในเวลานี้มีแต่ Switzerland ประเทศเดียวที่ออกมาแนะนำว่า ไม่ควรทำ ในขณะที่ American Cancer Society มีคำแถลงออกมาว่า กำลังทบทวนผลการวิจัยนี้ และจะมีคำแนะนำที่ปรับเปลี่ยนออกมาให้ในเวลาต่อไปในปีนี้
XS
SM
MD
LG