ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

ไบเดนส่งสาส์นถึงประชาชนผู้ใช้รถยนต์ "อย่าตื่นตระหนก!" จากเหตุท่อน้ำมันถูกแฮกเกอร์โจมตี


U.S. President Joe Biden speaks about the Colonial Pipeline shutdown at the White House in Washington, U.S., May 13, 2021. REUTERS/Kevin Lamarque

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โจ ไบเดน กล่าวเรียกร้องให้ผู้ใช้รถยนต์ในสหรัฐฯ "อย่าตื่นตระหนก" และย้ำว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้เป็นเหตุการณ์เพียงชั่วคราว ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องซื้อน้ำมันเกินกว่าความจำเป็นที่ต้องใช้ในช่วง 2-3 วันข้างหน้า สืบเนื่องจากเหตุการณ์โจมตีเครือข่ายท่อส่งน้ำมันรายใหญ่ของสหรัฐฯ ทำให้ไม่สามารถส่งน้ำมันไปยังหลายรัฐในช่วงหกวันที่ผ่านมา

ประธานาธิบดีไบเดนยังเตือนไม่ให้ผู้ประกอบการสถานีจ่ายน้ำมันทำการโก่งราคาในช่วงนี้ โดยระบุว่า "ไม่ควรเอาเปรียบผู้บริโภคในช่วงเวลาเช่นนี้ เพื่อหากำไรจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น"

ทางด้านบริษัทเจ้าของเครือข่ายท่อส่งน้ำมันในสหรัฐฯ ที่ถูกโจมตีด้วย Ramsomware ประกาศว่า สามารถกลับมาเปิดใช้ท่อส่งน้ำมันได้อีกครั้งเมื่อเย็นวันพุธ และมีรายงานว่าทางบริษัทอาจจะจ่ายเงินค่าไถ่ให้กับแฮกเกอร์ เป็นูลค่า 4-5 ล้านดอลลาร์ ตามรายงานของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก

รายงานข่าวที่อ้างข้อมูลจากบุคคลที่ใกล้ชิดกับเหตุการณ์นี้ระบุว่า บริษัทโคโลเนียล ไปป์ไลน์ (Colonial Pipeline) เจ้าของเครือข่ายท่อขนส่งน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ที่ตกเป็นเป้าการโจมตีทางไซเบอร์ครั้งนี้ ทำการจ่ายค่าไถ่เป็นจำนวนเงินเกือบ 5 ล้านดอลลาร์ตั้งแต่วันศุกร์ที่แล้ว ซึ่งขัดแย้งกับคำประกาศของบริษัทที่มีออกมาเมื่อต้นสัปดาห์ว่า ผู้บริหารไม่มีความตั้งใจที่จะยอมจ่ายเงินเพื่อกู้ระบบท่อส่งน้ำมันของตนกลับมา

บลูมเบิร์ก รายงานด้วยว่า บริษัทโคโลเนียล ไปป์ไลน์ จ่ายค่าไถ่ก้อนนี้ในรูปของสกุลเงินดิจิทัล (cryptocurrency) ที่ติดตามร่องรอยได้ยาก ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังถูกโจมตี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงแรงกดดันที่บริษัทแห่งนี้ต้องเผชิญเมื่อเกิดปัญหาไม่สามารถส่งน้ำมันไปยังเมืองสำคัญๆ ตลอดแนวชายฝั่งภาคตะวันออกของประเทศได้

และหลังจากการส่งมอบเงินค่าไถ่เสร็จสิ้นลง กลุ่มแฮกเกอร์ซึ่งสำนักงานสืบสวนกลางของสหรัฐฯ หรือ FBI ระบุว่าเป็นกลุ่มแฮกเกอร์ ดาร์กไซด์ (DarkSide) ในรัสเซีย ส่งเครื่องมือถอดรหัสเพื่อกู้ระบบคืนให้

ทั้งนี้ บริษัทโคโลเนียล ไปป์ไลน์ ขนส่งน้ำมันและเชื้อเพลิงต่าง ๆ ราว 2.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากโรงกลั่นในแถบอ่าวเม็กซิโกไปยังรัฐต่าง ๆ ทางภาคตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐฯ ผ่านเครือข่ายท่อขนส่งน้ำมันความยาว 8,850 กม. โดยปริมาณน้ำมันราวครึ่งหนึ่งในแถบภาคตะวันออกของสหรัฐฯ ถูกขนส่งผ่านเครือข่ายของบริษัทนี้

และเมื่อบลูมเบิร์กสอบถามประเด็นดังกล่าวไปยังบริษัทเจ้าของเครือข่ายท่อส่งน้ำมันแห่งนี้ ตัวแทนของบริษัทปฏิเสธที่จะให้ความเห็น เช่นเดียวกับ โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ ที่ขอไม่ให้ความเห็นเกี่ยวกับกรณีนี้

ขณะเดียวกัน แม้จะเริ่มเปิดใช้ท่อส่งน้ำมันได้แล้ว บริษัทโคโลเนียล ไปป์ไลน์ ยอมรับว่า “คงต้องใช้เวลาอีกหลายวันกว่าที่การนำส่งน้ำมันไปตามห่วงโซ่อุปทานจะกลับคืนสู่สภาพปกติได้” พร้อมเตือนว่า ตลาดบางแห่งที่เป็นลูกค้าของตนอาจจะต้องเผชิญปัญหาการรับน้ำมันเป็นช่วงๆ อีกระยะหนึ่งด้วย

และแม้หลังมีรายงานข่าวว่า เหตุการณ์โจมตีทางไซเบอร์ครั้งนี้ได้รับการแก้ไขไปแล้ว ประชาชนผู้ใช้รถจำนวนมายังคงแห่งออกไปหาซื้อน้ำมันมากักตุนไว้ จนทำให้หน่วยงานรัฐบาลและตัวแทนอุตสาหกรรมต่างๆ ต้องออกมาร้องขอให้ทุกฝ่ายอยู่ในความสงบได้แล้ว

XS
SM
MD
LG