ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์สหรัฐฯ ชี้ ยาทดลองบำบัดโควิด-19 ใช้ไม่ได้ผลกับผู้ป่วยในโรงพยาบาล


Eli Lilly and Co

สถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ยาทดลองเพื่อบำบัดอาการป่วยจากโควิด-19 นั้นจะใช้ไม่ได้ผลกับผู้ที่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลด้วยอาการป่วยขั้นรุนแรง

สถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ ระบุแถลงการณ์ที่ออกมา ว่า ทางสถาบันฯ จะไม่รับผู้ป่วยใหม่ๆ เพื่อเข้าร่วมการทดลองทางคลินิกของยาที่ชื่อ แบมลานิวิแมบ (bamlanivimab) ซึ่งร่วมพัฒนาโดย อีไล ลิลลี่ บริษัทยาสัญชาติอเมริกัน และ แอบเซลเลรา (AbCellera) และเป็นยารักษาจำพวกสารภูมิต้านทานโมโนโคลน หรือ สารภูมิต้านทานจากโคลนของเซลล์เดียว เพื่อใช้สู้กับไวรัสในร่างกาย และเป็นวิธีการบำบัดรักษาที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับหลังการติดเชื้อโควิด-19

การทดลองยาตัวนี้เริ่มต้นมาตั้งแต่เมื่อเดือนสิงหาคม โดยตั้งเป้ารับผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 10,000 คนที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลในสหรัฐฯ มาเข้าร่วมโครงการ ก่อนที่ทีมงานต้องหยุดพักการทดลองชั่วคราวเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ตามคำสั่งของกลุ่มผู้สังเกตการณ์อิสระ เนื่องจากความกังวลด้านความปลอดภัย

ทั้งนี้ อีไล ลิลลี่ ได้ยื่นเรื่องขออนุญาตจากสำนักงานอาหารและยาสหรัฐฯ หรือ FDA เพื่อการสั่งจ่ายยาตัวนี้ในกรณีฉุกเฉิน สำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอาการไม่มากหรือปานกลางแล้ว

ในเวลานี้ สถานการณ์การระบาดของโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ในสหรัฐฯ อยู่ในจุดที่น่าเป็นห่วง จากการที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยในวันจันทร์เพียงวันเดียว มีรายงานการติดเชื้อเพิ่มกว่า 66,000 ราย ทำให้มีจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมแล้วกว่า 8.7 ล้านราย และมีผู้เสียชีวิตไปทั้งหมดอย่างน้อย 225,800 ราย ตามข้อมูลของมหาวิทยาลัย จอนส์ ฮอพกินส์

หนึ่งในพื้นที่ที่มีการระบาดรุนแรงคือ เมือง เอล-ปาโซ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของรัฐเท็กซัส ซึ่งมีรายงานการติดเชื้อเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา และทำให้ทางการท้องถิ่นต้องประกาศบังคับใช้กฎเคอร์ฟิวระหว่าง 22 นาฬิกา และ 5 นาฬิกา รวมทั้งการบังคับให้ประชาชนอยู่แต่ในเคหสถานเป็นเวลา 2 สัปดาห์

ส่วนที่รัฐยูทาห์ กลุ่มตัวแทนโรงพยาบาลในรัฐได้ส่งคำเตือนไปยัง แกรี่ เฮอร์เบิร์ท ผู้ว่าการรัฐ ว่า ความสามารถในการรับผู้ป่วยของโรงพยาบาลทั้งหลายเริ่มจะเต็มพิกัดแล้ว และแพทย์อาจจะต้องเริ่มตัดสินใจเลือกว่าผู้ป่วยรายใดควรพักรักษาตัวอยู่ภายในโรงพยาบาลในเร็วๆ นี้

XS
SM
MD
LG