ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

รัฐบาลยุโรปเร่งดำเนินแผนรับมือกรณีการระบาดใหญ่ของโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่


Italy China Outbreak Europe
please wait
Embed

No media source currently available

0:00 0:04:49 0:00

รัฐบาลหลายประเทศในยุโรปเริ่มเตรียมพร้อมแผนรับมือกับความน่าจะเป็นของการระบาดใหญ่ทั่วโลกของโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ หรือ โควิด-19 แม้ว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อในทวีปนี้จะอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับสถานการณ์ในภูมิภาคเอเชีย

เจ้าหน้าที่รัฐบาลหลายประเทศในยุโรป ยอมรับว่ามีโอกาสที่โควิด-19 จะแพร่เข้ามาระบาดในประเทศของตนในอนาคตอันใกล้นี้ จึงเตรียมวางแผนต่างๆ เพื่อรับมือสถานการณ์อันอาจจะเกิดขึ้น ซึ่งรวมถึง การยกเลิกรายการแข่งขันกีฬาและคอนเสิร์ตต่างๆ รวมทั้งการลดการให้บริการขนส่งสาธารณะ นโยบายจำกัดการเดินทาง และการประกาศหยุดเรียนชั่วคราว

ที่ประเทศอังกฤษ หน่วยงานด้านสาธารณสุขมีแผนเพิ่มการทดสอบโควิด-19 ในประเทศ แม้แต่สำหรับคนที่ไม่มีประวัติเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงที่มีการระบาดของไวรัสนี้มาก่อน และไม่แสดงอาการใดๆ ที่บ่งชี้ถึงการติดเชื้อก็ตาม เพื่อหาข้อสรุปว่า มีการระบาดของโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ในอังกฤษแล้วหรือไม่ แม้ว่าจะมีการดำเนินนโยบายควบคุมมาได้สักระยะแล้ว

ปัจจุบัน อังกฤษรายงานว่ามีผู้ติดเชื้อในประเทศทั้งหมด 13 คน แต่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขให้ความเห็นว่า การพบการติดเชื้อเพิ่มหลังจากนี้จะไม่ใช่เรื่องที่เหนือความคาดหมายอีกต่อไป

หนังสือพิมพ์ เดอะซัน ของอังกฤษรายงานในวันพุธตามเวลาท้องถิ่นว่า รัฐบาลอังกฤษกลัวว่า ประชากรราว 80 เปอร์เซ็นต์ของประเทศจะกลายเป็นเหยื่อของไวรัสนี้ หากเกิดการระบาดใหญ่เป็นวงกว้างไปทั่วโลก โดยอ้างข้อมูลมาจากรายงานรัฐบาลที่ชื่อว่า “โควิด-19 กับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดที่อาจเกิดขึ้นได้”

อย่างไรก็ดี โฆษกรัฐบาลอังกฤษ ยืนยันว่า แม้การเตรียมพร้อมทั้งหมดมีไว้เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด รัฐบาลก็ยังหวังว่าวิกฤติดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้นจริง

ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีสาธารณสุขจาก ฝรั่งเศส เยอรมนี อังกฤษ และอิตาลี รวมทั้งคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป ต่างยืนยันว่าจะไม่ปิดพรมแดนของตน หลังอิตาลีกลายมาเป็นพื้นที่ระบาดหนักของโควิด-19 และทำให้ประเทศเพื่อนบ้านทั้งหลายต้องเร่งดำเนินมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายโดยด่วน

นายแมทท์ แฮนค็อค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของอังกฤษให้ความเห็นว่า แม้อิตาลีจะระงับเที่ยวบินเข้า-ออกจากจีนไปแล้ว ก็ยังกลายมาเป็นพื้นที่ระบาดหนักที่สุดในยุโรปอยู่ดี ขณะที่ นายโรแบร์โต สเปรันซ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของอิตาลี เรียก โควิด-19 ว่าเป็น “ไวรัสที่ไม่รู้จักเคารพพรมแดน”

ก่อนหน้านี้ ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปส่วนหนึ่งพยายามกดดันให้มีการจำกัดการเดินทางข้ามพรมแดนของนักท่องเที่ยวจากจีน ในกลุ่มประเทศเชงเกน 26 ประเทศที่อนุญาตให้ผู้ถือวีซ่าเชงเกนเดินทางไปมาได้อย่างอิสระ แต่ข้อเสนอดังกล่าวถูกคัดค้านจากสมาชิกบางประเทศ ด้วยเหตุผลที่ว่า นโยบายนี้จะได้ผลก็ต่อเมื่อมีมติเอกฉันท์และการดำเนินการโดยพร้อมเพรียงกันเท่านั้น

ขณะที่ยังไม่มีมติร่วมในการดำเนินมาตรการป้องกันและควบคุมโควิด-19 ในหมู่สมาชิกสหภาพยุโรป รัฐบาลบางประเทศเริ่มเตรียมรับมือกับสถานการณ์ภายในประเทศแล้ว อาทิ การดำเนินการกักตัวเพื่อเฝ้าระวังอาการครอบครัวที่มีสมาชิกติดเชื้อ

องค์การอนามัยโลกออกมาเรียกร้องให้นานาประเทศคิดไว้ก่อนว่า อาจมีการพบเชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อใดก็ได้ เพื่อที่จะตื่นตัวและเตรียมแผนที่จำเป็น โดยเฉพาะเมื่อการระบาดในอิตาลีที่มีผู้ติดเชื้อกว่า 300 ราย และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 11 คน ควรเป็นสัญญาณเตือนให้เตรียมพร้อมสำหรับประเทศที่อยู่ติดๆ กันแล้ว

รายงานข่าวแจ้งว่า ฝรั่งเศสและโครเอเชียสั่งยกเลิกโปรแกรมแลกเปลี่ยนสำหรับนักเรียน-นักศึกษา และปรับเปลี่ยนตารางรถไฟ รวมทั้งตั้งจุดตรวจเพิ่มขึ้น ส่วนที่สนามบินกรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี เจ้าหน้าที่ได้ติดตั้งกล้องตรวจจับความร้อนเพื่อคัดกรองนักเดินทางที่มีอาการต้องสงสัย

ภาคเอกชนในยุโรปเริ่มวางแผนสำรองเตรียมให้พนักงานทำงานที่บ้าน เช่นเดียวกับที่บริษัทต่างๆ ในสหรัฐฯ และเอเชียทำอยู่ เพื่อช่วยป้องกันการแพร่เชื้อในกรณีที่เกิดการระบาดในประเทศของตน หลังที่มีการทบทวนนโยบายการเดินทางขององค์กร โดยเรียกร้องในมีการพิจารณายกเลิกแผนเดินทางที่ไม่จำเป็นไป

นาตาลี แมคเดอร์มอทท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อ จาก คิงส์คอลเลจลอนดอน (King's College London) กล่าวว่า ผู้ที่มีแผนเดินทางไปอิตาลีหรือประเทศที่มีการระบาดของโควิด-19 ควรถามตัวเองก่อนว่า มีความพร้อมเพียงใด ที่จะเดินทางไปยังประเทศดังกล่าว และทำการกักตนแยกออกมาจากคนอื่น เพื่อเฝ้าระวังอาการเป็นเวลา 14 วัน หลังเดินทางกลับมาแล้ว และว่า นายจ้างหรือโรงเรียนของลูกๆ ตระหนักและยอมรับถึงการตัดสินใจของตนรวมทั้งสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้หรือไม่

แม้ภาคส่วนต่างๆ ในยุโรปจะเริ่มตื่นตัวเตรียมพร้อมกับสถานการณ์ในอนาคตแล้ว ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขบางรายเชื่อว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อจริงๆ ในยุโรปอาจสูงกว่าที่รายงานกันอยู่ก็เป็นได้

XS
SM
MD
LG