ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

สหรัฐฯ เร่งเปิดภาคธุรกิจเกือบทั่วประเทศ แม้ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ยังเพิ่มต่อเนื่อง


USA, Ohio, Columbus, A "we are open" sign is placed in the window of a restaurant

ภาคธุรกิจเกือบทั่วสหรัฐฯ ได้รับอนุญาตให้เปิดทำการ หลังมีการผ่อนคลายมาตรการจำกัดการทำธุรกิจที่ดำเนินการมาหลายสัปดาห์เพื่อป้องกันการระบาดของโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ แม้ผู้เชี่ยวชาญจะออกมาเตือนว่าผลลัพธ์ของการเร่งกระบวนการเปิดภาคธุรกิจอาจร้ายแรงกว่าสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

ในเวลานี้ ผู้ว่าการรัฐของ 47 รัฐจากทั้งหมด 50 รัฐประกาศยินยอมให้ร้านค้าปลีก ภัตตาคารและร้านอาหาร รวมทั้งธุรกิจบางประเภทเริ่มเปิดให้บริการอีกครั้ง แม้จะเป็นการเปิดทำการแบบจำกัด และยังคงหลักปฏิบัติการรักษาระยะห่าง 2 เมตรอยู่ก็ตาม

รายงานข่าวระบุว่า การเริ่มเปิดภาคธุรกิจในรัฐต่างๆ นี้เริ่มขึ้นแม้แทบจะไม่มีรัฐใดเลยที่ปฏิบัติตามคำแนะนำของรัฐบาลกลางที่ระบุว่า การผ่อนคลายมาตรการใดๆ นั้นเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อมีการลดลงของจำนวนผู้ติดเชื้อรายวัน อย่างต่อเนื่อง เป็นเวลา 2 สัปดาห์ก่อน

ผู้ว่าการรัฐในหลายรัฐถูกกดดันจากผู้ประท้วงให้เปิดภาคธุรกิจ เพื่อให้ตนสามารถกลับไปทำงานและใช้ชีวิตตามปกติ แต่ผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนโดย Pew Research Center แสดงให้เห็นว่า ชาวอเมริกันเกือบ 2 ใน 3 ทั่วประเทศยังคงกังวลเกี่ยวกับการผ่อนคลายมาตรการควบคุมและป้องกันโควิด-19 อยู่ดี

ข้อมูลจาก มหาวิทยาลัย จอห์นส ฮอพกินส์ ณ บ่ายวันจันทร์ตามเวลาในสหรัฐฯ ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตในประเทศเพราะโควิด-19 ไปแล้วเกือบ 80,000 ราย และตัวเลขผู้ติดเชื้อยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาที่กว่า 1.3 ล้านคน ขณะที่สถาบัน Institute for Health Metrics and Evaluation (IHME) ของมหาวิทยาลัยวอชิงตัน ปรับเพิ่มคาดการณ์ผู้เสียชีวิตในสหรัฐฯ ขึ้นเป็นกว่า 137,000 คนภายในต้นเดือนสิงหาคม จากตัวเลข 134,000 คนเมื่อสัปดาห์ก่อน เพราะการตัดสินใจผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ทั่วประเทศ

ดร.คริสโตเฟอร์ เมอร์เรย์ จากสถาบัน IHME กล่าวว่า สหรัฐฯ จะต้องพบกับความเสี่ยงของการพุ่งขึ้นของตัวเลขผู้ติดเชื้อ หากไม่มีการเร่งเพิ่มการทดสอบการติดเชื้อ การเฝ้าติดตามผู้ที่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อ การแยกตัวผู้ป่วยออกจากผู้ที่ไม่ป่วย และการที่ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยกันทุกคน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งต้องลงชิงชัยรักษาเก้าอี้ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีช่วงปลายปีนี้ ยังคงเดินหน้าเรียกร้องให้มีการเปิดภาคธุรกิจทั่วประเทศโดยเร็ว หลังยอมรับแล้วว่า จะมีชาวอเมริกันเสียชีวิตเพิ่มขึ้นเพราะนโยบายนี้

ตัวเลข(ผู้ติดเชื้อ)โคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ดูดีขึ้นมาก และลดลงเกือบทุกที่ ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งใหญ่!

ปธน.ทรัมป์ ทวีตข้อความออกมาในวันจันทร์นี้ ว่า “ตัวเลข(ผู้ติดเชื้อ)โคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ดูดีขึ้นมาก และลดลงเกือบทุกที่ ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งใหญ่!” พร้อมระบุว่า “พรรคเดโมแครตทำงานเชื่องช้าทั่วสหรัฐฯ เพียงเพราะจุดประสงค์ทางการเมือง และคงอยากรอไปจนถึงวันที่ 3 พฤศจิกายน ถ้าทำได้ ... อย่ามัวแต่เล่นการเมือง ดูให้ปลอดภัยแล้วรีบลงมือเสีย!”

ทั้งนี้ ผู้ที่ทำงานในทำเนียบขาวค่อนข้างกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในช่วงนี้ หลังเจ้าหน้าที่อย่างน้อย 2 รายที่ทำงานใกล้ชิดกับ ปธน.ทรัมป์ และรองประธานาธิบดี ไมค์ เพนซ์ เพิ่งตรวจพบว่าติดเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ไปเมื่อเร็วๆ นี้ ขณะที่ ผู้นำสหรัฐฯ และรองปธน. ผู้ดูแลทีมเฉพาะกิจโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ยังคงแข็งแรงดีและทำการทดสอบการติดเชื้อโควิด-19 ทุกวัน โดยผลยังออกมาเป็นลบ

อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่อาวุโสที่เกี่ยวข้องกับการรับมือโควิด-19 ของทำเนียบขาว อันได้แก่ นายแพทย์แอนโธนี เฟาชี่ ผู้อำนวยการสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติสหรัฐฯ ตัดสินใจแยกตัวจากทีมงานและทำงานจากบ้านไปแล้ว แม้ผลทดสอบการติดเชื้อออกมาเป็นลบ ขณะที่นายแพทย์สตีเฟ่น ฮาห์น ผู้อำนวยการสำนักงานอาหารและยาสหรัฐฯ และ นายแพทย์โรเบิร์ต เรดฟีลด์ ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อสหรัฐฯ หรือ CDC ซึ่งเคยเข้าร่วมประชุมกับผู้ป่วยในทำเนียบขาว เริ่มทำการเฝ้าระวังอาการ 14 วันแล้วเช่นกัน

XS
SM
MD
LG