ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

ยุโรปเดินหน้าผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 แต่ยังกังวลกรณีการระบาดพุ่งรอบใหม่


France, Mayenne, French hairdresser Marc Mauny tends to his first customer during the re-opening

ประเทศในทวีปยุโรปเดินหน้าผ่อนคลายมาตรการควบคุมและป้องกันการระบาดของโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง แต่รัฐบาลทั้งหลายยังคงยืนยันการเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากความกังวลว่าภาวการณ์ระบาดอาจย้อนคืนมาอีกครั้ง

ในวันจันทร์ตามเวลาในฝรั่งเศส ประชาชนทั่วประเทศเริ่มออกมานอกบ้านเพื่อจับจ่ายซื้อของโดยไม่ต้องขออนุญาตจากรัฐบาลและร้านค้าบางร้านสามารถเปิดให้บริการอีกครั้งหลังทุกอย่างหยุดชะงักเป็นเวลา 8 สัปดาห์เพราะคำสั่ง Lockdown ของรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ทางการฝรั่งเศสยังคงใช้ความระมัดระวังในการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ และไม่อนุญาตให้บาร์ ภัตตาคารและร้านอาหาร รวมทั้งโรงภาพยนตร์และโรงละครเปิดทำการอยู่ในเวลานี้

ที่ตุรกี รัฐบาลอนุญาตให้ห้างร้านเปิดทำการแบบไม่เต็มรูปแบบในวันจันทร์แล้ว แต่ผู้ที่ออกมาใช้บริการต้องรับการตรวจอุณหภูมิและสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา ขณะที่รัฐบาลสเปน เบลเยี่ยม กรีซ เนเธอร์แลนด์ และสวิตเซอร์แลนด์ดำเนินการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 บางอย่างแล้วเช่นกัน

ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ประกาศในวันจันทร์ว่า รัฐบาลจะเริ่มอนุญาตให้ภาคธุรกิจค่อยๆ เปิดทำการตั้งแต่วันอังคารเป็นต้นไป โดยโรงงานอุตสาหกรรมทั้งหลายและโครงการก่อสร้างต่างๆ จะได้เริ่มเปิดทำการก่อน ส่วนธุรกิจอื่นๆ ในภาคการบริการ เช่น ร้านทำผม และร้านที่ไม่ได้จำหน่ายหรือทำธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร จะยังคงปิดต่อไป

ที่นิวซีแลนด์ รัฐบาลมีแผนจะผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 เพิ่มขึ้นในวันพฤหัสบดีนี้ โดยจะอนุญาตให้ประชาชนเข้าใช้บริการที่ภัตตาคารและร้านอาหาร รวมทั้งโรงภาพยนตร์และห้างร้านต่างๆ ได้แล้ว

นายกรัฐมนตรี จาซินดา อาร์เดิร์น กล่าวว่า การผ่อนคลายมาตรการที่จะเกิดขึ้นเป็นไปตามแผนขั้น 2 เพื่อช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศฟื้นคืนสู่สภาพปกติ โดยจะยังคงเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยของประชาชนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

และที่อินเดีย ประชาชนจะสามารถเริ่มกลับมาใช้ชีวิตตามปกติบ้างในวันอังคารนี้ โดยเฉพาะในส่วนของการเดินทาง ที่ทางการจะอนุญาตให้บริการรถไฟกลับมาเปิดให้บริการหลังต้องระงับไปตั้งแต่เมื่อปลายเดือนมีนาคม

อย่างไรก็ดี อินเดียเพิ่งรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อประจำวันที่สูงที่สุดเท่าที่เคยรายงานมา ในวันจันทร์นี้เอง ส่งผลให้จำนวนรวมผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 67,000 รายแล้ว

และในวันเดียวกันนี้เอง นายกรัฐมนตรี บอริส จอห์นสัน ของอังกฤษ กล่าวต่อสมาชิกรัฐสภาว่า ความท้าทายต่อการรับมือกับการระบาดของโควิด-19 ต่อจากนี้ คือการที่รัฐบาลจะต้องดำเนินมาตรการที่ทำให้แน่ใจว่า ความพยายามในการป้องกันและควบคุมการระบาดที่ผ่านมาไม่เสียเปล่า ในขณะที่เริ่มหาทางลดภาระและผลกระทบทางเศรษฐกิจจากวิกฤติครั้งนี้ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ยากมาก

นายกรัฐมนตรีจอห์นสัน ยังระบุด้วยว่า การเดินหน้าทำการใดๆ รวดเร็วเกินไป และมากเกินไป จะกลายเป็นความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดได้

ผู้นำอังกฤษยังนำเสนอโรดแมพที่ประกอบไปด้วย 3 ขั้นตอนสู่การสิ้นสุดของคำสั่ง Lockdown และจะเริ่มขั้นแรกในวันพุธนี้ ด้วยการให้ประชาชนสามารถออกมาภายนอกเพื่อออกกำลังกายและทำกิจกรรมสันทนาการต่างๆ อย่างจำกัดได้บ้าง โดยเน้นย้ำว่าทุกคนควรสวมใส่หน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในพื้นที่ปิด เช่น รถประจำทาง และรถไฟใต้ดิน ต่อไป

และหากไม่มีการติดเชื้อใหม่เพิ่มขึ้นไปจนถึงเดือนมิถุนายน รัฐบาลจะอนุญาตให้สถานศึกษาบางแห่งเปิดทำการเรียนการสอนได้ และให้ร้านค้าที่ถูกระบุไว้ว่าไม่ใช่ธุรกิจจำเป็นเปิดทำการ รวมทั้งให้มีการถ่ายทอดสดรายการแข่งขันกีฬาที่จัดขึ้นแบบไม่มีผู้ชมได้ด้วย

ในส่วนของแผนขั้น 3 ซึ่งรัฐบาลอังกฤษวางแผนไว้ในเดือนกรกฎาคมนั้น นายกรัฐมนตรีจอห์นสันกล่าวว่า จะเป็นการอนุญาตให้ภัตตาคารและร้านอาหาร คาเฟ่ บาร์ ร้านทำผมและธุรกิจอื่นๆ ค่อยๆ เปิดบริการอีกครั้ง

XS
SM
MD
LG