ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

นักศึกษาต่างชาติเจอปัญหาขอวีซ่าเข้าสหรัฐฯ แม้เปิดภาคเรียนแล้ว


This photo illustration shows a visa stamp on a foreign passport in Los Angeles on June 6, 2020. - The United States said July 6 it would not allow foreign students to remain in the country if all of their classes are moved online.
please wait

No media source currently available

0:00 0:04:42 0:00


ชั้นเรียนของ Kofi Owusu ที่มหาวิทยาลัย Villanova ในฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย กำลังจะเริ่มขึ้นในวันจันทร์นี้ แต่เขายังต้องรอที่จะเข้าสัมภาษณ์ขอวีซ่านักเรียนที่สถานทูตสหรัฐฯ ในเมืองอักกรา ประเทศกานา อีก 9 เดือน

เป็นครั้งที่สองแล้วที่ Owusu จะไม่สามารถเดินทางไปสหรัฐฯ ทันเวลาโรงเรียนเปิด เขาบอกกับรอยเตอร์ว่า “แม้ว่าทางสถานทูตจะดำเนินการตามตารางเวลาที่ค่อนข้างจำกัด แต่ควรสามารถขยายขอบเขตและให้ความสำคัญกับนักเรียนก่อนเป็นอันดับแรก”

ทั้งนี้ สหรัฐฯ กำหนดให้นักเรียนต่างชาติที่ขอวีซ่าต้องเข้ารับการสัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่สถานทูต ซึ่งกลุ่มสนับสนุนด้านการศึกษากล่าวว่า เป็นการยากสำหรับนักเรียนที่จะนัดสัมภาษณ์ เนื่องจากสถานทูตมีเจ้าหน้าที่ทำงานน้อยลงในช่วงวิกฤตสุขภาพนี้ ทำให้นักเรียนต่างชาติบางคนไม่สามารถเดินทางเข้าสหรัฐฯ ได้ทันปีการศึกษาใหม่

กลุ่มการศึกษาต่าง ๆ กำลังเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยกเลิกการสัมภาษณ์แบบเจอตัว โดยอาจใช้วิธีการสัมภาษณ์ทางออนไลน์แทน

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า นักเรียนควรเริ่มกระบวนการขอวีซ่าตั้งแต่เนิ่น ๆ และว่าทางสถานทูตจะพิจารณาการนัดหมายสำหรับนักเรียนก่อนและเร่งกระบวนการตามความจำเป็น

เมื่อปีที่แล้ว สหรัฐฯ อนุญาตให้เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตงดการสัมภาษณ์แบบเจอตัว เพื่อช่วยในเรื่องการดำเนินการขอวีซ่าที่ล่าช้าเนื่องจากการเกิดโรคระบาดใหญ่ นักเรียนที่ต่ออายุวีซ่าของตนภายในหนึ่งปีก่อนที่จะหมดอายุ ไม่จำเป็นต้องไปที่สถานทูตด้วยตนเองจนถึงเดือนธันวาคม 2021 นี้

สถาบันการศึกษานานาชาติหรือ IIE กล่าวว่า การลงทะเบียนของนักศึกษาต่างชาติใหม่ในสหรัฐฯ ลดลงจากปีก่อนหน้า 43 เปอร์เซ็นต์ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว หลังจากที่มีข้อจำกัดต่าง ๆ ในเรื่องของการแพร่ระบาดทั่วโลกเป็นเวลาหลายเดือน นอกจากนี้ทางสถาบันยังพบว่าจำนวนที่แท้จริงของนักศึกษาใหม่ที่เดินทางเข้าสหรัฐฯ ด้วยตนเอง ลดลงถึง 72 เปอร์เซ็นต์

ตัวเลขจาก IIE แสดงให้เห็นว่า แต่ละปีสหรัฐฯ มีนักเรียนต่างชาติเข้ามาศึกษาต่อมากกว่า 1 ล้านคนตั้งแต่ปีการศึกษา 2015-2016 จนกระทั่งมาถีึงช่วงปีหลัง ๆ ที่จำนวนนักศึกษาต่างชาติลดน้อยลง

การรอคอยและความยากลำบากในการขอวีซ่า เป็นสิ่งที่คุกคามสถานะของอเมริกาในฐานะที่เป็นสถานศึกษาสำหรับนักศึกษาต่างชาติ และเงินที่นักศึกษาเหล่านั้นจะนำเข้ามาในประเทศซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนปีละ 40,000 ล้านดอลลาร์ให้กับบรรดามหาวิทยาลัยและชุมชนท้องถิ่น

ผลการศึกษาวิจัยของ NAFSA ซึ่งเป็นกลุ่มนักการศึกษานานาชาติที่ไม่แสวงหาผลกำไร พบว่า แม้กระทั่งก่อนเกิดที่จะเกิดโรคระบาด กระบวนการขอวีซ่าของสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในสามเหตุผลหลักที่ทำให้จำนวนนักศึกษาต่างชาติลดลงระหว่างปี 2017-2019 นอกจากนี้สภาพแวดล้อมทางสังคมและการเมืองของสหรัฐฯ ตลอดจนการแข่งขันจากมหาวิทยาลัยของประเทศอื่น ๆ ก็เป็นสาเหตุของเรื่องนี้ด้วยเช่นเดียวกัน

Ravi Shankar ผู้อำนวยการสำนักงานบริการระหว่างประเทศที่มหาวิทยาลัย University of Rochester ในนครนิวยอร์ก ยกให้แคนาดา อังกฤษ และจีนเป็นคู่แข่งสำคัญของสหรัฐฯ ในเรื่องของนักศึกษาต่างชาติ และว่าสหรัฐฯ ตกอยู่ในภาวะคับขันในการสูญเสียนักเรียนที่มีความสามารถไป

ประเทศตะวันตกอื่น ๆ พยายามให้นักเรียนต่างชาติเข้าไปศึกษาต่อในประเทศนั้นๆ ได้ง่ายขึ้น Owusu กล่าวว่า เขาเคยไปเรียนที่ประเทศอังกฤษมาแล้ว ซึ่งในตอนนั้นเขาไม่ต้องพบกับความเครียดในการขอสัมภาษณ์ด้วย

Sarah Spreitzer ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ที่ American Council on Education กล่าวว่า เธอเชื่อว่ารัฐบาลสหรัฐฯ กำลังพยายามที่จะเปิดรับนักศึกษาต่างชาติให้ดีขึ้นกว่าเดิม

ในปีนี้มหาวิทยาลัยในอเมริกาได้รับใบสมัครจากนักศึกษาต่างชาติเพิ่มขึ้น 13 เปอร์เซ็นต์จากปีก่อนหน้านี้ โดยตัวเลขดังกล่าวมาจาก Common App ที่นักเรียนใช้ในการสมัครเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยทุก ๆ ปี

Suwade Pe Than นักเรียนที่วิทยาลัย Savannah College of Art and Design ในรัฐจอร์เจีย คิดว่าตัวเองโชคดีที่สามารถนัดเข้าสัมภาษณ์ขอวีซ่าได้ในเดือนมิถุนายนที่สถานทูตสหรัฐฯ ในนครย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา

เธอต้องรอนานกว่าสามชั่วโมงสำหรับการเข้าสัมภาษณ์เพียง 10 นาที Pe Than เชื่อว่าการสัมภาษณ์นี้สามารถทำได้ทางออนไลน์แทนที่จะเข้าสัมภาษณ์ด้วยตัวเอง และกล่าวด้วยว่า การสัมภาษณ์เพียงครั้งเดียวนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้หลาย ๆ คนไม่อยากไปเรียนต่อที่สหรัฐฯ

(ที่มา: Reuters)

XS
SM
MD
LG