ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

อังกฤษกังวลจีนโต้ตอบกรณีสั่งห้ามหัวเหว่ยร่วมพัฒนาโครงข่าย 5G


A pedestrian walks past a Huawei product stand at an EE telecommunications shop in London, April 29, 2019

อังกฤษแสดงความกังวล หากรัฐบาลจีนตัดสินใจตอบโต้กรณีรัฐบาลกรุงลอนดอนสั่งห้ามไม่ให้บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง หัวเหว่ย เข้าร่วมการพัฒนาโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ 5G

โอลิเวอร์ ดาวเดน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมอังกฤษ มีกำหนดประกาศต่อสภาสามัญชน หรือสภาล่าง ในวันอังคารว่า รัฐบาลจะปฏิเสธการมีส่วนร่วมของบริษัทหัวเหว่ย ในการพัฒนาเทคโนโลยี 5G ของอังกฤษอย่างเป็นทางการ

การที่อังกฤษเตรียมสั่งห้ามไม่ให้ยักษ์ใหญ่ทางเทคโนโลยีสัญชาติจีนแห่งนี้เข้าร่วมโครงการดังกล่าว ถือเป็นการกลับลำทางนโยบายอย่างมาก และอาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศได้ โดยเฉพาะหลัง หลิว เสี่ยวหมิง เอกอัครราชทูตจีนประจำอังกฤษ กล่าวย้ำมาหลายสัปดาห์แล้วว่า หากอังกฤษตัดสินใจเช่นนั้น จะมีผลกระทบสะท้อนกลับมาที่อังกฤษได้

ในช่วงที่ผ่านมา ความตึงเครียดระหว่างลอนดอนและปักกิ่งนั้นยกระดับอย่างรวดเร็ว หลังทางการจีนดำเนินการปราบปรามกลุ่มเคลื่อนไหวในฮ่องกง ซึ่งเคยเป็นเขตปกครองของอังกฤษถึง 99 ปี

รัฐบาลจีนแสดงความไม่พอใจอย่างมาก หลังรัฐบาลอังกฤษประกาศอนุญาตให้พลเมืองฮ่องกงย้ายมาอยู่ที่อังกฤษเพื่อจะได้ไม่ต้องถูกกดขี่โดยทางการจีนแผ่นดินใหญ่

ทั้งนี้ เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี บอริส จอห์นสัน ตัดสินใจอนุญาตให้ หัวเหว่ย เข้าร่วมการพัฒนาเครือข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง โดยจำกัดการมีส่วนร่วมไว้ที่ 35 เปอร์เซ็นต์ ก่อนที่สหรัฐฯ และประเทศพันธมิตรจะพยายามล็อบบี้ให้อังกฤษสั่งห้ามไม่ให้ หัวเหว่ย เข้าร่วมโครงการต่างๆ เนื่องจากความเสี่ยงที่ว่า บริษัทที่มีสายสัมพันธ์กับหน่วยงานสืบราชการลับของจีนแห่งนี้จะทำตัวเป็น “ม้าไม้เมืองทรอย” (Trojan Horse) เข้ามาสืบราชการลับและทำการจารกรรมความลับต่างๆ

อย่างไรก็ดี หัวเหว่ย ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหานี้และโต้ว่า สหรัฐฯ มีจุดประสงค์ต้องการเพิ่มสัดส่วนธุรกิจของบริษัทอเมริกันด้วยการโจมตีคู่แข่ง

นอกเหนือจากแผนที่จะสั่งห้าม หัวเหว่ย เข้าร่วมโครงการ 5G แล้ว มีการคาดว่า รมต.ดาวเดน ยังจะกำหนดเส้นตายให้ถอดอุปกรณ์ต่างๆ ของยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีจากจีนแห่งนี้ ออกจากโครงข่ายทั้งหมดของอังกฤษ ภายในปี ค.ศ. 2025 แม้ว่าบริษัทโทรคมนาคมอังกฤษทั้งหลายจะออกมาคัดค้านเนื่องจากต้นทุนการทำการดังกล่าวที่สูงมาก

และก่อนที่จะทำการประกาศใดๆ ออกมา เจ้าหน้าที่อังกฤษเริ่มเตรียมการรับมือปฏิกิริยาของรัฐบาลจีน ซึ่งบางรายคาดว่า อาจจะเกิดขึ้นในรูปของการโจมตีทางไซเบอร์

รายงานข่าวก่อนหน้านี้ ระบุว่า รัฐมนตรีออสเตรเลีย สก็อตต์ มอร์ริสัน ได้แจ้งกับ นายกรัฐมนตรี จอห์นสัน ของอังกฤษ ว่า เกิดเหตุโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ในออสเตรเลียเมื่อเดือนก่อน โดยมีเป้าหมายคือ รัฐบาล อุตสาหกรรม องค์กรทางการเมือง การศึกษา สาธารณสุข และผู้ให้บริการที่มีความสำคัญ (Essential Service Providers/Operatos) ของกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญยิ่งยวด ซึ่งมีผู้ที่เชื่อว่าเป็นฝีมือของจีน หลังออสเตรเลียออกมาเรียกร้องให้มีการสอบสวนอย่างอิสระ กรณีที่มาของโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ และกรณีนี้ทำให้รัฐบาลของทั้งสองประเทศผิดใจกันทันที

XS
SM
MD
LG