ลิ้งค์เชื่อมต่อ

จีนส่งเครื่องบินทหารบินเหนือไต้หวัน 6 ครั้งในรอบสัปดาห์ ส่งแรงกระเพื่อมถึงกรุงวอชิงตัน


China's H-6 bomber jets fly in formation past the sun during a parade to commemorate the 70th anniversary of the founding of Communist China in Beijing, Tuesday, Oct. 1, 2019. China's Communist Party is celebrating its 70th anniversary in power with…

ไต้หวันกล่าวในวันพุธว่า เครื่องบินทหารของจีนได้ล่วงล้ำเข้าไปในน่านฟ้าของไต้หวัน 6 ครั้งในหนึ่งสัปดาห์ และ 8 ครั้งแล้วในเดือนนี้

กระทรวงกลาโหมไต้หวันระบุว่า เครื่องบินของจีนได้รุกล้ำเข้ามาในเขตแสดงตนเพื่อการป้องกันทางอากาศของไต้หวันเมื่อต้นเดือนนี้ และเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เครื่องบินทิ้งระเบิด H-6 และเครื่องบินไอพ่น เฉิงตู J-10 ของกองทัพจีนก็บินเข้ามาในเขตน่านฟ้าทางตะวันตกเฉียงใต้ของไต้หวันเช่นกัน

ทุกครั้งที่มีการล่วงล้ำ กระทรวงกลาโหมไต้หวันได้ส่งเครื่องบินไปคุ้มกันให้เครื่องบินจีนออกไปจากน่านฟ้า พร้อมกับเตือนประชาชนบนเกาะไต้หวันถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่นักวิเคราะห์เชื่อว่า บรรดาผู้นำรัฐบาลกรุงปักกิ่งกำลังส่งสัญญาณเตือนไปถึงกรุงวอชิงตันไม่ให้เข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของจีน

เฉพาะในปีนี้ สหรัฐฯ ได้ส่งเรือของกองทัพเรือเดินทางผ่านช่องแคบระหว่างไต้หวันกับจีนแผ่นดินใหญ่แล้ว 6 ครั้ง สร้างความไม่พอใจให้กับปักกิ่งซึ่งพยายามอ้างอำนาจอธิปไตยเหนือไต้หวัน

นอกจากนี้ กองทัพเรือสหรัฐฯ ยังได้เดินเรือผ่านทะเลจีนใต้ไม่ไกลจากไต้หวันอีกหลายครั้งในปีนี้ เพื่อแสดงเสรีภาพในการเดินเรือในบริเวณดังกล่าว

คุณดีเรค กรอสส์แมน นักวิเคราะห์แห่งสถาบันวิจัย RAND Corp. ในสหรัฐฯ กล่าวว่า การกระทำล่าสุดของจีนมิได้มีเป้าหมายเฉพาะแค่ไต้หวัน แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณไปถึงกรุงวอชิงตันว่า สหรัฐฯ ไม่ควรใกล้ชิดสนิทสนมกับไต้หวันมากเกินไปเหมือนที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่ปีมานี้

ตั้งแต่ประธานาธิบดีหญิงของไต้หวัน ไช่ อิง-เหวิน เข้ารับตำแหน่งเมื่อปี ค.ศ. 2016 ความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับจีนแผ่นดินใหญ่เริ่มห่างเหินมากกว่าเดิม ในขณะที่สหรัฐฯ กลับมีความใกล้ชิดกับรัฐบาลไต้หวันชุดนี้มากขึ้นทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจ ภายใต้นโยบายควบคุมการแผ่ขยายอิทธิพลของจีนในแถบเอเชียแปซิฟิก โดยมีไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และฟิลิปปินส์ เป็นพันธมิตรสำคัญ

เวลานี้วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ กำลังพิจารณางบประมาณพิเศษด้านกลาโหมมูลค่า 1,400 ล้านดอลลาร์สำหรับปีนี้ และ 5,500 ล้านดอลลาร์สำหรับปีหน้า ภายใต้โครงการป้องกันมหาสมุทรแปซิฟิก Pacific Deterrence Initiative ซึ่งคาดว่าจะเป็นการเพิ่มแสนยานุภาพทางทะเลของสหรัฐฯ ในแถบแปซิฟิกฝั่งตะวันตกด้วย

ในฝั่งของจีน นักวิเคราะห์ หวง ชุง-ติง แห่งสถาบันป้องกันประเทศและการวิจัยด้านความมั่นคง ในกรุงไทเป กล่าวว่า แรงกดดันภายในประเทศที่มาจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจ การระบาดของโควิด-19 ตลอดจนการเมืองระหว่างประเทศ ทำให้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ต้องพยายามแสดงความเข้มแข็งยิ่งขึ้น ซึ่งสะท้อนออกมาในรูปของการเพิ่มกิจกรรมทางทหารของจีนในแถบเอเชียในขณะนี้

XS
SM
MD
LG