ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

ญี่ปุ่นและจีนกังวลต่อการปิดทำการของรัฐบาลสหรัฐ และโอกาสความเป็นไปได้ที่รัฐสภาสหรัฐจะไม่อนุมัติเพิ่มเพดานหนี้ให้กับรัฐบาล


ญี่ปุ่นและจีน สองเศรษฐกิจใหญ่ในเอเชีย แสดงความวิตกกังวลที่รัฐฐาลสหรัฐต้องปิดทำการเพราะตกลงเรื่องงบประมาณกับรัฐสภาไม่ได้ รวมทั้งโอกาสความเป็นไปได้ที่รัฐสภาสหรัฐจะไม่อนุมัติเพิ่มเพดานหนี้ภายในวันที่ 17 ตุลาคมนี้ ซึ่งหมายความว่ารัฐบาลสหรัฐจะไม่มีเงินชำระภาระหนี้สินทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ผู้นำทางการเงินของญี่ปุ่นและจีนได้กล่าวแสดงความวิตกกังวลอย่างเปิดเผยและเป็นการส่วนตัวกับเจ้าหน้าที่สหรัฐเกี่ยวกับผลกระทบจากความขัดแย้งทางการเมืองในวอชิงตันที่อาจเกิดขึ้นกับการลงทุนซื้อพันธบัตรสหรัฐและเศรษฐกิจของตน

ตัวเลขของกระทรวงการคลังสหรัฐ ระบุว่า ญี่ปุ่นถือพันธบัตรสหรัฐไว้เป็นมูลค่า 1.135 ล้านล้านดอลล่าร์ ส่วนจีนมีอยู่ 1.277 ล้านล้านดอลล่าร์

รมต. กระทรวงการคลังของญี่ปุ่น นาย Taro Aso เรียกร้องให้ผู้นำทางการเมืองของสหรัฐทั้งสองฝ่ายหาทางแก้ปัญหาให้ได้ก่อนเส้นตายในวันที่ 17 ตุลาคม

เมื่อวันจันทร์รมช. กระทรวงการคลังของจีน นาย Zhu Guangyao เร่งเร้าให้บรรดาผู้นำของสหรัฐย้อนกลับไปดูอดีตเมื่อสองปีก่อนเป็นบทเรียน ที่กว่ารัฐสภากับรัฐบาลสหรัฐจะทำความตกลงเรื่องเพิ่มเพดานหนี้ได้ สำนักจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงิน Standard and Poor’s ก็ได้ลดระดับความน่าเชื่อถือทางการเงินของสหรัฐลงไปเรียบร้อยแล้ว

รมช. กระทรวงการคลังของจีน กล่าวว่า สหรัฐตระหนักดีถึงความห่วงกังวลของจีนในเรื่องนี้ ในขณะที่จีนก็รู้ดีว่าประธานาธิบดี Obama รมต. คลัง และส่วนอื่นๆของฝ่ายบริหาร เข้าใจสถานการณ์และกำลังดำเนินมาตรการเพื่อจะหลีกเลี่ยงการไม่สามารถชำระหนี้ แต่เวลาก็เหลือน้อยลงทุกที

นักเศรษฐศาสตร์ Song Hong ของสถาบันสังคมศาสตร์ของจีน กล่าวว่า ถ้าสหรัฐแก้ปัญหาไม่ได้ ไม่เพียงแต่ราคาพันธบัตรของสหรัฐเท่านั้นที่จะได้รับความกระทบกระเทือน

นักเศรษฐศาสตร์จีนผู้นี้กล่าวว่า เสถียรภาพของตลาดพันธบัตรสหรัฐจะถูกกระทบกระเทือนอย่างหนัก และเพราะว่าตลาดนี้เชื่อมโยงโดยตรงกับสถานภาพระหว่างประเทศและค่าของเงินดอลล่าร์ ซึ่งเป็นเงินสกุลที่ใช้กันทั่วโลก ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกจะกว้างไกลทีเดียว

นักเศรษฐศาสตร์ Frederic Neumann ของธนาคาร HSBC ในฮ่องกง ให้ความเห็นว่า ผู้วางนโยบายของจีนมีความวิตกมากก็เพราะ การไม่เพิ่มเพดานหนี้ให้กับรัฐบาลสหรัฐ อาจทำให้เศรษฐกิจสหรัฐถอยกลับเข้าสู่ภาวะซบเซาอีกครั้งหนึ่ง

นักเศรษฐศาสตร์ของธนาคาร HSBC บอกว่า ถ้าเป็นเช่นนั้น เศรษฐกิจจีนจะลำบาก เพราะการส่งออกของจีนจะชลอตัวลง และรัฐบาลจีนจะต้องหาทางกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศเพื่อผ่อนคลายผลกระทบจากการที่สหรัฐไม่มีเงินชำระหนี้ แม้จะไม่อยากดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นอีก

แต่นักเศรษฐศาสตร์ผู้นี้บอกว่า ยังมีผู้ที่จะได้รับความเสียหายมากกว่าจีน ถ้ารัฐบาลสหรัฐไม่มีเงินชำระหนี้

นักเศรษฐศาสตร์ Frederic Neumann ของธนาคาร HSBC ในฮ่องกง บอกว่า เจ้าหนี้ของสหรัฐส่วนใหญ่อยู่ในสหรัฐ ซึ่งก็คือ กองเงินทุนบำนาญ บริษัทประกัน ธนาคาร และผู้ลงทุนรายอื่นๆ ซึ่งหมายความว่า การที่รัฐบาลสหรัฐไม่มีเงินชำระหนี้ จะทำร้ายชาวอเมริกันผู้ออมทรัพย์เช่นเดียวกับผู้ออมทรัพย์ในต่างประเทศ

การปิดทำการของรัฐบาลสหรัฐย่างเข้าสัปดาห์ที่สองแล้ว และไม่มีทีท่าว่าจะมีความตกลงกันได้ โฆษกทำเนียบ White House กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า ต้องการให้เพิ่มเพดานหนี้มากพอในขณะนื้ เพื่อจะได้ไม่ต้องกลับมาเจรจาในเรื่องนี้กันอีกจนปลายปีหน้า อย่างไรก็ตามจะยอมพิจารณาวินิจฉัยของรัฐสภา ไม่ว่าจะเพิ่มเพดานหนี้ให้เป็นระยะเวลาสั้นหรือยาวก็ตาม
XS
SM
MD
LG