ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

ผู้เชี่ยวชาญชี้ จีนฉีดวัคซีนโควิดเข็ม 3 ของชาติตะวันตก คือการยอมรับวัคซีนจีนด้อยประสิทธิผล


FILE - A medical worker prepares a syringe with a dose of China's Sinovac coronavirus vaccine at the Central Vaccination Center, inside the Bang Sue Grand Station, in Bangkok, Thailand, May 24, 2021.
please wait
Embed

No media source currently available

0:00 0:03:26 0:00

เมื่อต้นเดือนมิถุนายน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนแถลงว่า รัฐบาลจีนได้บริจาคและขายวัคซีนโควิด-19 อย่างน้อย 350 ล้านโดสให้ประเทศต่าง ๆ กว่า 120 ประเทศทั่วโลก

แต่รายงานที่ว่า บริษัท Fosun Pharma ของจีน ร่วมมือกับบริษัท BioNTech ของเยอรมนี เพื่อพัฒนาวัคซีนกระตุ้นเข็มที่สามสำหรับฉีดให้ประชาชนในประเทศจีน ทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขเห็นว่าเรื่องนี้เท่ากับการยอมรับว่าวัคซีนของจีนไม่มีประสิทธิผลเท่าที่ควร

เท่าที่ผ่านมา รัฐบาลจีนได้โฆษณาประสิทธิผลของวัคซีนของตนและได้ใช้แนวทางที่เรียกว่า vaccine diplomacy หรือ การทูตวัคซีน เพื่อบริจาคและขายวัคซีนโควิด-19 ให้กับประเทศกำลังพัฒนาต่าง ๆ

แต่นักวิเคราะห์ด้านนโยบายสาธารณสุข อย่างเช่น คุณสตีฟ มอริสัน ผู้อำนวยการศูนย์นโยบายสุขภาพระดับโลกของ Center for Strategic and International Studies ที่กรุงวอชิงตัน ชี้ว่า ความร่วมมือระหว่างบริษัทเภสัชกรรมของจีนกับบริษัท BioNTech ของเยอรมนี เพื่อใช้วัคซีน mRNA เป็นเข็มกระตุ้นให้กับประชาชนจีนนั้น นับเป็นการยอมรับโดยนัยว่าวัคซีนที่จีนผลิตขึ้นเองใช้ไม่ได้ผลเท่าที่ควร

ส่วนนายแพทย์อาเมช อดัลจา แพทย์ด้านโรคติดเชื้อที่คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัย Johns Hopkins ก็บอกกับวีโอเอว่า ถึงแม้ทางการจีนยังไม่ยอมเผยแพร่ผลการทดลองวัคซีนของตนในเฟสที่สามก็ตาม แต่จากข้อมูลที่ได้ก็ทำให้พอทราบเกี่ยวกับประสิทธิผลในระดับต่ำของวัคซีนจากจีน และนั่นคือเหตุผลที่จีนกำลังต้องการวัคซีนเข็มกระตุ้นด้วย

เมื่อต้นเดือนกรกฎาคม สื่อ CNBC ของสหรัฐฯ รายงานว่า ในหกประเทศของโลกซึ่งมีอัตราการฉีดวัคซีนสูงที่สุดเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรนั้น มีห้าประเทศซึ่งใช้วัคซีนจากจีน และมีตัวเลขผู้ติดเชื้อ โควิด-19 รายสัปดาห์เพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุขของอิสราเอลก็เปิดเผยเมื่อต้นเดือนนี้เช่นกันว่าประสิทธิผลจากวัคซีนของ Pfizer-BioNTech ต่อเชื้อโควิดทุกสายพันธุ์ได้ลดลงจากระดับ 95% ในเดือนพฤษภาคมเป็น 64% ขณะที่เชื้อสายพันธุ์เดลตากำลังระบาดในประเทศ

และเกี่ยวกับเรื่องนี้ อาจารย์จิน ดอง ยาน จากคณะชีวะการแพทย์ของมหาวิทยาลัย Hong Kong University ก็ให้ความเห็นว่า ข้อมูลนี้อาจทำให้สรุปได้ว่าประสิทธิผลของวัคซีนจากจีนก็น่าจะลดลงอยู่ในระดับต่ำกว่า 50% ในการป้องกันการติดเชื้อจากสายพันธุ์ใหม่ด้วย ซึ่งก็ทำให้การฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นเป็นเรื่องที่จำเป็น

ขณะนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขหลายคนเชื่อว่า ประเทศต่าง ๆ ซึ่งพึ่งพาวัคซีนจากจีนก็จำเป็นต้องใช้วัคซีนกระตุ้นเข็มที่สามนี้ด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ด้านนโยบายสาธารณสุขไม่เชื่อว่าการต้องใช้วัคซีนกระตุ้นเข็มที่สามของจีนจะทำให้นโยบายการทูตวัคซีนลดความสำคัญลงแต่อย่างใด

เจสัน ลี ผู้ช่วยนักวิจัยด้านเอเชียตะวันออกที่ Stimson Center ในกรุงวอชิงตัน เชื่อว่าในช่วงเวลาที่โลกยังขาดแคลนและมีการกระจายวัคซีนอย่างเชื่องช้านั้น ความสัมพันธ์ด้านการทูตระหว่างประเทศผู้รับความช่วยเหลือกับจีนยังมีความสำคัญอยู่ต่อไป เพราะเป้าหมายหลักของแนวทางการฑูตวัคซีนของจีน คือการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับกลุ่มประเทศกำลังพัฒนานั่นเอง

(ที่มา: VOA)

XS
SM
MD
LG