ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

ทางการจีนกำลังจับตาดูการแพร่ระบาดของไข้หวัดนกสายพันธุ์ใหม่ H7N9 อย่างใกล้ชิด มีผู้เสียชีวิตแล้ว 7 คน จากจำนวนผู้ป่วย 24 ราย


นับตั้งแต่ไข้หวัดนกสายพันธุ์ H7N9 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ใหม่ แพร่ระบาดในนครเซี่ยงไฮ้ตอนต้นเดือนมีนาคม ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 7 คน จากจำนวนผู้ล้มป่วยที่มีรายงาน 24 คน ทางการจีนได้จับตาดูการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสนี้อย่างใกล้ชิด ในขณะที่นักวิจัยกำลังทำงานเพื่อระบุชี้ให้ได้ว่าเชื้อไวรัสที่ว่านี้แพร่ออกไปได้อย่างไร

Michael O’Leary ผู้แทนขององค์การอนามัยโลก หรือ WHO กล่าวยืนยันในที่ประชุมแถลงข่าวร่วมกับประธานคณะกรรมการอนามัยแห่งชาติและการวางแผนครอบครัวของจีนที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันจันทร์ว่า เท่าที่ปรากฎ ผู้ป่วยเป็นไข้หวัดนกสายพันธุ์ H7N9 ค่อนข้างกระจัดกระจาย และอาจคงสภาพเช่นนั้นอยู่ต่อไป เพราะฉะนั้นจึงยังไม่ควรตื่นตระหนกกัน

อย่างไรก็ตาม ทางการจีนกำลังจับตาดูโรคนี้อย่างใกล้ชิดหลังจากที่ให้ปิดตลาดสัตว์ปีกที่เซี่ยงไฮ้ในสัปดาห์ที่แล้ว รวมทั้งกำจัดสัตว์ปีกในสต๊อคหลังจากพบเชื้อไวรัสดังกล่าวในนกพิราบที่นั่น

ส่วนการบำบัดรักษานั้น รายงานของศูนย์ควบคุมโรคของนครเซี่ยงไฮ้ที่กล่าวว่า ใช้ยา Tamiflu รักษาเด็กชายวัย 4 ขวบที่ล้มป่วยลงเพราะไข้หวัดนกสายพันธุ์ใหม่นี้สำเร็จ ช่วยทำให้ใจชื้นว่า ยังมียาที่พอจะใช้ได้อยู่

แต่ในอีกด้านหนึ่ง จะต้องระบุกันให้ได้ว่า แหล่งที่มาของเชื้อไวรัสสายพันธุ์ H7N9 นี้คืออะไร ศจ. Malik Peiris ผู้อำนวยการศูนย์วิจัย Pasteur ในฮ่องกง ผู้แยกเชื้อไวรัสของโรค SARS ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 700 คนในปีค.ศ. 2002 และ 2003 บอกว่าบทเรียนที่ได้จากการวิจัยไวรัส H5N1 คือคาดไม่ได้ว่า แนวการระบาดจะเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นที่จะต้องทำคือตรวจย้อนหลังตามโซ่ของการตลาดสัตว์ปีก กลับไปจนถึงฟาร์ม และระบุว่า สัตว์ชนิดใดเป็นแหล่งที่มา

ขณะเดียวกัน มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่วิตกว่า รัฐบาลจีนจะปกปิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส H7N9 เหมือนอย่างที่ทำในกรณีโรค SARS เมื่อสิบปีที่แล้ว ซึ่งทำให้มีการระบาดมากขึ้น แก้ไขได้ยากขึ้น แต่ Thomas Abraham ผู้อำนวยการโครงการสื่อสาธารณสุขของมหาวิทยาลัย Hong Kong และเป็นผู้เขียนหนังสือเรื่อง Twenty-first Century Plague: the Story of SARS ไม่เชื่อว่ารัฐบาลจีนจะควบคุม Social Media ได้

เขาเล่าว่า เมื่อตอนมีผู้ป่วยด้วยไวรัส H7N9 ใหม่ๆในเซี่ยงไฮ้ แม้โรงพยาบาลจะไม่มีถ้อยแถลงออกมา แต่ปรากฎว่ามีคนโพสต์รูปถ่ายใบรับคนไข้เข้าโรงพยาบาลใน Weibo ซึ่งเป็น twitter ของจีน และว่าไม่มีทางที่จะยับยั้งการเปิดเผยข้อมูลอย่างนี้ในสภาพแวดล้อมยุคใหม่ได้อีกต่อไปแล้ว

และแม้เจ้าหน้าที่ของ WHO จะบอกว่า ไม่ควรตื่นตกใจ Laurie Garrett นักวิจัยอาวุโสทางด้านสาธารณสุขโลกของ Council on Foreign Relations กล่าวเตือนว่า ถ้ายังมีผู้เสียชีวิตจากไวรัสเชื้อพันธุ์ใหม่นี้เพิ่มขึ้นต่อไปอีก ก็อาจจะต้องเริ่มเตรียมตัวจัดการกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นมา โดยยกตัวอย่างไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดในปีค.ศ. 2009 ซึ่งทำให้แต่ละประเทศหาทางป้องกันตนเองด้วยการปิดท่าอากาศยาน กักกันตัวคนเดินทาง และกว้านเก็บยาและวัคซีน

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยของมหาวิทยาลัย Hong Kong พยายามปลอบขวัญกำลังใจของผู้คน ด้วยการประกาศว่าจะกลับไปศึกษาการแพร่ระบาดของปีค.ศ. 2009 เพื่อยืนยันว่า หน้ากากที่ใช้ในการผ่าตัด ซึ่งชาวฮ่องกงนิยมสวมใส่ในช่วงที่มีไข้หวัดใหญ่ระบาดนั้น ใช้ได้ผลสูงถึง 70% ในการป้องกันการแพร่เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่
XS
SM
MD
LG