ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

รัฐบาลสหรัฐปิดทำการเพราะรัฐสภาตกลงเรื่องงบประมาณไม่ได้ และนายกรมต. ญี่ปุ่นเดินหน้ากับ Abenomics


รัฐบาลสหรัฐปิดทำการเมื่อเที่ยงคืนของวันที่ 30 กันยายน เพราะรัฐสภาทำความตกลงเรื่องงบประมาณกับกม.ประกันสุขภาพไม่ได้

แต่ตลาดหุ้นทั่วโลกยังไม่รู้สึกหวั่นวิตก ดัชนีตลาดหุ้นในเอเชียมีทั้งที่ขึ้นและลง ส่วนตลาดในยุโรปนั้น ทั้ง Frankfurt และ Paris เพิ่มขึ้นมากกว่า 1% และตลาดหุ้นที่นิวยอร์คก็เพิ่มขึ้นด้วย

ในขณะที่ค่าเงินดอลล่าร์ลดลงเพราะวิตกกันว่า การปิดทำการของรัฐบาลอาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจของสหรัฐได้

นักวิเคราะห์ของ IHS บริษัทวิจัยตลาดหลักทรัพย์ในสหรัฐประมาณว่า การปิดทำการของรัฐบาล ทำให้เศรษฐกิจของประเทศ ประสบการสูญเสีย อย่างน้อยวันละ 300 ล้านดอลล่าร์

แต่ดูเหมือนว่าตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลกจะวิตกกังวลกันมากกว่า ว่าประธานาธิบดี Barack Obama กับรัฐสภาจะทำความตกลงเรื่องการเพิ่มเพดานหนี้ของสหรัฐได้หรือไม่ กระทรวงการคลังของสหรัฐกล่าวไว้ว่า จะไม่มีเงินใช้หลังวันที่ 17 ตุลาคมนี้

คุณณัฐชาต เมฆมาสิน นักวิเคราะห์ของกลุ่มหลักทรัพย์ Trinity Securities ในกรุงเทพมหานคร ให้ความเห็นว่า ประเทศต่างๆในเอเชียอาจจะไม่ประสบปัญหาใหญ่อย่างในสหรัฐ ในระยะสั้น อาจจะมีเงินไหลออกไปบ้าง อย่างที่เห็นกันในสัปดาห์ที่แล้ว ที่มีนักลงทุนต่างชาติขายหุ้น แต่ว่าตลาดรับความกดดันได้ดีทีเดียว

สำนักข่าวซินหว่าของจีนอธิบายถึงผลกระทบของการปิดทำการของรัฐบาลสหรัฐ และเตือนนักท่องเที่ยวที่กำลังจะไปอเมริกาว่า วนอุทยาน สวนสาธารณะและอนุสาวรีย์ต่างๆในอเมริกา โดยเฉพาะที่กรุงวอชิงตัน จะไม่เปิดให้เข้าชม

ส่วนที่อินเดีย ผู้บริหารธุรกิจบางคนบอกกับ Voice of America ว่า ไม่เข้าใจว่าประเทศพัฒนาแล้วอย่างสหรัฐ ปล่อยให้เกิดกรณีเช่นนี้ขึ้นได้อย่างไร แค่ทำความตกลงกับร่างกม.ในรัฐสภากันไม่ได้เท่านั้น

และที่ญี่ปุ่น นายกรมต. Shinzo Abe ประกาศเดินหน้ากับนโยบายทางเศรษฐกิจที่เรียกกันว่า Abenomics เพื่อลดภาระหนี้สินมหาศาลของประเทศ โดยจะขึ้นภาษีผู้บริโภคจาก 5% เป็น 8% ภายในเดือนเมษายน ศกหน้า

คาดกันว่า การขึ้นภาษีดังกล่าวทำรายได้เพิ่มให้กับรัฐบาลประมาณ 8 หมื่น 1 พันล้านดอลล่าร์ต่อปี มูลค่าหนี้ในขณะนี้ของญี่ปุ่นมากกว่า 10 ล้านล้านดอลล่าร์

ส่วนหนึ่งที่ทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นกล้าขึ้นภาษีก็เพราะผลการสำรวจประจำไตรมาสของธนาคารกลางญี่ปุ่น แสดงให้เห็นว่าความเชื่อมั่นของธุรกิจเพิ่มขึ้นสูงสุดในช่วงห้าปีมานี้ ถือว่าเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจของประเทศกำลังฟื้นตัวจากภาวะซบเซาแล้ว ในช่วงหกเดือนแรกของปีนี้ เศรษฐกิจญี่ปุ่นเติบโตในอัตราที่สูงกว่าประเทศอื่นๆในกลุ่ม G-7 ด้วยกัน

และเพื่อจะผ่อนคลายความวิตกกังวลที่ว่า การเพิ่มภาษีจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อความต้องการของผู้บริโภค นายกรมต. Abe ประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่จะลดภาษีให้กับผู้มีรายได้ต่ำ และเพิ่มความจูงใจให้กับบริษัทธุรกิจในการเพิ่มอัตราค่าจ้างแรงงาน

นักวิเคราะห์ให้ความเห็นว่า เท่าที่แล้วมา Abenomics ซึ่งกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้บริโภคและเพิ่มปริมาณเงิน เพื่อต่อสู้กับภาวะเศรษฐกิจซบเซานั้น ได้ผล แต่มาตรการที่สามที่ยังไม่ได้นำมาใช้ คือการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจนั้น อาจทำได้ยากกว่าทั้งในทางการเมืองและเศรษฐกิจ

และสุดท้ายในข่าวธุรกิจวันนี้ Jose Andres เป็น Chef ใหญ่ชาวเสปน ที่กำลังรอเข้าพิธีสาบานตนแปลงสัญชาติเป็นคนอเมริกันในสัปดาห์หน้า
Chef Jose มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักดีในกรุงวอชิงตัน เพราะนอกจากจะเป็นเจ้าของร้านอาหารมีชื่อถึงสามแห่งแล้ว ยังมีรายการโทรทัศน์แนะนำอาหารเสปนให้กับคนอเมริกันอีกด้วย
Chef Jose หวังว่าการปิดทำการของรัฐบาลสหรัฐจะไม่ยืดเยื้อ และจะไม่ทำให้พิธีดังกล่าวต้องเลื่อนออกไป

และด้วยความหวังดีต่อเจ้าหน้าที่รัฐบาลราวๆสามแสนห้าหมื่นคนในแถบกรุงวอชิงตันที่ต้องหยุดงาน โดยไม่ได้รับเงินเดือน Chef ชาวเสปนผู้นี้ Tweet ออกมาเมื่อเช้าวันอังคารว่า เจ้าหน้าที่รัฐบาลที่ถูกพักงาน สามารถไปรับประทานแซนวิชได้ฟรีที่ร้านอาหารของเขา ระหว่างบ่ายสามโมงถึงห้าโมงทุกวัน
XS
SM
MD
LG