ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

IMF ชี้เศรษฐกิจจีนชลอตัวเพราะความต้องการสินค้าส่งออกของจีนลดลง แต่เศรษฐกิจของอังกฤษถดถอยลงมากกว่าที่คาด


IMF กล่าวว่า เศรษฐกิจจีนกำลังชลอตัวลง เพราะความต้องการสินค้าส่งออกของจีนลดลง และอังกฤษกล่าวว่า เศรษฐกิจของประเทศถดถอยลงไปมากกว่าที่คาดไว้

รายงานของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF กล่าวว่า เศรษฐกิจจีนกำลังชลอตัวลง เพราะความต้องการสินค้าส่งออกของจีนลดลง พร้อมกับการจัดลำดับความสำคัญทางเศรษฐกิจภายในประเทศใหม่ ทั้งหมดนี้ส่งผลกระทบอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ

IMF คาดว่า อัตราการโตทางเศรษฐกิจของจีนจะลดลงจากมากกว่า 9% ในปีที่แล้ว ลงไปอยู่ที่ 8% ในปีนี้ รายงานของ IMF ระบุไว้ด้วยว่า ความเสี่ยงสำคัญจากภายนอกต่อเศรษฐกิจจีน คือวิกฤติการณ์ทางการเงินของกลุ่มชาติภาคีเงินยูโร

IMF แนะนำวิธีแก้ปัญหาให้กับจีนว่า ให้ปรับเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจหันมาพึ่งพาอาศัยการบริโภคภายในประเทศมากกว่าการส่งออก

ในขณะเดียวกัน รัฐบาลอังกฤษกล่าวว่า เศรษฐกิจของประเทศถดถอยลงไปมากกว่าที่คาดไว้ เฉพาะไตรมาสที่สองของปีนี้ ลดลงไป .7% ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่เศรษฐกิจโลกเริ่มลดต่ำลงในช่วงต้นปี ค.ศ. 2009 เป็นต้นมา

นาย George Osborne รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง กล่าวว่า รายงานเศรษฐกิจของไตรมาสนี้แสดงให้เห็นว่า ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศมีรากฝังลึกทีเดียว

เมื่อเร็วๆนี้ ธนาคารของกลางของประเทศอัดฉีดเงินเข้าระบบเพิ่มอีก 7 แสนแปดหมื่นล้านดอลล่าร์เพื่อพยายามแก้ปัญหา เป็นที่หวังกันว่า ในระยะสั้น การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่เริ่มต้นในสัปดาห์นี้ จะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้บริโภคได้บ้าง

ในอีกด้านหนึ่ง สหภาพยุโรป หรือ EU เรียกร้องให้ประเทศภาคีกำหนดโทษอาชญากรรมสำหรับการคบคิดตั้งอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารเรียกเก็บระหว่างกัน หรือที่เรียกว่า LIBOR ย่อมาจาก London Interbank Offered Rate

การกู้ยืมเงิน ไม่ว่าจะสำหรับสัญญาซื้อขายต่างๆ หรือการซื้อบ้าน โดยธุรกิจและผู้บริโภค ใช้ LIBOR เป็นอัตราพื้นฐานทั้งนั้น

คำเรียกร้องของ EU ครั้งนี้มีขึ้น หลังจากที่ธนาคาร Barclays ของอังกฤษยอมรับผิดว่าได้พยายามปั่นอัตราดอกเบี้ยในช่วงระหว่างปี 2005 – 2009 และต้องจ่ายค่าปรับเป็นเงิน 453 ล้านดอลล่าร์

เจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนการดำเนินการของอีกหลายธนาคาร รวมทั้ง Citigroup และ JPMorgan Chase ของสหรัฐในเรื่องเดียวกันนี้

และกระทรวงเกษตรสหรัฐพยากรณ์ว่า ความแห้งแล้งที่สหรัฐกำลังประสบอยู่ในขณะนี้จะทำให้ราคาอาหาร โดยเฉพาะ นม เนื้อวัวและเนื้อหมูเพิ่มสูงขึ้นมากในปีหน้า

ความแห้งแล้งที่ว่านี้ นับว่าร้ายแรงมากที่สุดในช่วงเกือบห้าสิบปีมานี้

รายงานของกระทรวงเกษตรฉบับนี้ กล่าวว่า ราคาเนื้อสัตว์ปีกนั้นจะเพิ่มขึ้นระหว่าง 3.5 – 4.5% ในเวลาต่อไปในปีนี้ แต่ที่จะเพิ่มมากที่สุด คือเนื้อวัวในปีหน้าที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นระหว่าง 4 – 5%

ความแห้งแล้งครั้งนี้ส่งผลกระทบถึงผลผลิตข้าวโพด ถั่วเหลือง และสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆด้วย ราคาข้าวโพดเพิ่มขึ้น 50% เป็นบุชเชิลละ $8 ในขณะที่ถั่วเหลืองเพิ่มจาก $13 เป็นเกือบ $17 ต่อบุชเชิลแล้วเวลานี้

ขณะเดียวกัน กระทรวงการคลังญี่ปุ่นรายงานว่าเสียเปรียบดุลการค้าในช่วงหกเดือนแรกของปีนี้สูงเป็นประวัติการณ์ เพราะการส่งออกลดลง แต่การนำเข้าโดยเฉพาะเชื้อเพลิงเพื่อผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นมาก โรงงานพลังไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศยังไม่ได้กลับไปผลิตกระแสไฟฟ้าให้ใช้กันอีกหลังแผ่นดินไหวและคลื่น Tsunami ต้นปีที่แล้ว

และสุดท้ายในข่าวเศรษฐกิจ โครงการอาหารโลกของสหประชาชาติกล่าวว่า การขาดเงินทุนทำให้ต้องลดความช่วยเหลือแก่ผู้คนนับหมื่นในปากีสถาน ซึ่งนอกจากจะเป็นผู้อพยพหนีความรุนแรงสืบเนื่องกับการปฏิบัติการตอบโต้การก่อการร้ายในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศแล้ว ยังรวมถึงผู้ประสบภัยจากน้ำท่วมครั้งใหญ่เมื่อเกือบสองปีที่แล้วด้วย

โฆษกของโครงการกล่าวว่าจะต้องหาเงินให้ได้ $70 ล้านดอลล่าร์สำหรับการให้ความช่วยเหลือในปากีสถานต่อไปในหกเดือนข้างหน้า
XS
SM
MD
LG