ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

พบสารตะกั่วในตัวอย่างข้าวนำเข้าจากเอเชีย ยุโรป และอเมริกาใต้ ข้าวมีสารตะกั่วสูงรวมถึงข้าวจากไต้หวัน จีน อินเดีย และประเทศไทย


นักวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัย Monmouth ในรัฐ New Jersey ของสหรัฐ เปิดเผยผลการวิเคราะห์ตัวอย่างข้าวนำเข้า ซึ่งพบว่ามีสารตะกั่วในระดับสูงพอที่จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ โดยเฉพาะต่อทารกและเด็กเล็ก

ตัวอย่างข้าวนำเข้าที่นำไปวิเคราะห์เป็นข้าวจากเอเชีย ยุโรปและอเมริกาใต้ นักวิเคราะห์บอกว่า ข้าวจากไต้หวันและจีนมีระดับสารตะกั่วสูงที่สุด

ในปีที่แล้ว มีการศึกษาวิเคราะห์ข้าว ซึ่งพบว่ามีสารหนูในตัวอย่างข้าว รวมทั้งในขนมที่ทำจากข้าวและนมผงสำหรับทารกด้วย

Caroline Smith DeWaal แห่ง Center for Science in the Public Interest ในสหรัฐ กล่าวว่า ผลการวิเคราะห์ครั้งล่าสุดนี้ ยังใหม่เกินกว่าที่จะระบุได้ว่า สารตะกั่วที่พบเป็นผลของกรรมวิธีในการนำข้าวไปผลิตเป็นอาหารต่างๆหรือไม่ แต่มีหลายคนที่วิตกว่า สารตะกั่วดังกล่าวเป็นผลของสภาพแวดล้อมในการเพาะปลูกข้าว

ตัวอย่างข้าวนำเข้าที่ถูกนำไปวิเคราะห์ครั้งนี้รวมถึงข้าวจากสาธารณรัฐเช็ค ภูฏาน อิตาลี อินเดียและประเทศไทยด้วย

ในอีกด้านหนึ่ง รายงานของกระทรวงการคลังสหรัฐกล่าวว่า จีนมิได้ปั่นค่าเงินหยวน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลสหรัฐชุดปธน. Obama ร้องทุกข์มาหลายปีแล้ว

รายงานต่อรัฐสภาที่เผยแพร่ออกมาปลายสัปดาห์ที่แล้ว กล่าวไว้ด้วยว่า จีนได้ดำเนินมาตรการต่างๆเพื่อผ่อนคลายการควบคุมเงินตราของตน

แต่ในขณะเดียวกัน รายงานของกระทรวงการคลังสหรัฐฉบับนี้กล่าวต่อไปว่า ค่าเงินหยวนของจีนยังต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งทำให้ราคาสินค้าของสหรัฐสูงกว่าราคาสินค้าของจีนในตลาดโลกด้วย

และบริษัท Research in Motion หรือเรียกย่อๆว่า RIM เรียกร้องให้ทางการสหรัฐและแคนาดาดำเนินการสืบสวนรายงานของนักวิเคราะห์การเงินของบริษัทเงินทุน Detwiler Fenton ที่กล่าวว่า ผู้บริโภคนำโทรศัพท์มือถือ Blackberry Z 10 ซึ่ง RIM เป็นผู้ผลิตไปคืนบริษัทในอัตราที่สูงผิดปกติ

CEO ขอ RIM กล่าวว่า รายงานดังกล่าวเป็นการตีความข้อมูลที่ผิดพลาด และเป็นการจงใจทำเพื่อปั่นราคาหุ้น ราคาหุ้นของ RIM ตกลงเกือบ 8% เมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว

ที่ปรึกษากฎหมายของ Detwiler Fenton กล่าวกับสำนักข่าว AP ยืนยันวิธีการที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล และยินดีจะให้ความร่วมมือถ้ามีการสืบสวนเรื่องนี้

สุดท้าย นักวิชาการของมหาวิทยาลัย Harvard และ MIT ร่วมมือกับนักธุรกิจทั่วโลกจัดทำดัชนีวัดความสำเร็จของประเทศขึ้นมาแทนที่ผลิตภัณฑ์มวลรวม หรือ Gross Domestic Product (GDP) ของประเทศ

ดัชนีใหม่นี้เรียกชื่อว่า Social Progress Index หรือ SPI

Michael Green ผู้อำนวยการบริหารขององค์การ Social Progress Imperative ผู้ดำเนินการจัดทำดัชนีการวัดใหม่นี้ ได้นำเสนอ SPI ต่อที่ประชุม Skoll World Forum ที่เมือง Oxford ประเทศอังกฤษเมื่อเร็วๆนี้

เขาบอกว่า การวัดนี้ไม่ได้วัดปัจจัยทางเศรษฐกิจในฐานะตัวแทนของความเป็นดีอยู่ดี แต่วัดปัจจัยต่างๆที่มีความสำคัญต่อผู้คน เช่นอาหาร ที่พักอาศัย การเข้าถึงบริการทางสุขภาพ และโอกาสในชีวิต เป็นต้น

ประเทศที่มีค่าดัชนี SPI นำหน้าใครเพื่อนคือสวีเดน อังกฤษตามมาเป็นที่ 2 สหรัฐติดอันดับที่ 6 ในขณะที่ Costa Rica อยู่ในอันดับที่ 12 ซึ่งนับเป็นประเทศกำลังพัฒนาที่มีค่า SPI สูงที่สุด ผู้จัดทำอธิบายว่า ปัจจัยที่ทำให้ Costa Rica ติดอันดับสูงเช่นนี้ คือการศึกษา สิ่งแวดล้อมและโอกาสในชีวิต

Michael Green กล่าวว่า ข้อความที่ดัชนี SPI บอกกับผู้วางนโยบายก็คือ ประเทศอาจจะมี GDP ในระดับที่ไม่สูง แต่ก็สามารถจะมีความก้าวหน้าทางสังคมในระดับสูงได้
XS
SM
MD
LG