ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

เอเซียมีเศรษฐีพันล้าน $ มากที่สุด ส่วนสหรัฐฯ เป็นประเทศที่มีเศรษฐีพันล้านมากกว่าใคร รวมทั้งข่าวธุรกิจอื่นๆ


1 ประธานาธิบดีโอบาม่าสัญญาว่าจะพยายามทำงานร่วมกับพรรครีพับริกันและเดโมแครต เพื่อหาทางประนีประนอมเรื่องการตัดงบประมาณรัฐบาลกลางแปดหมื่นห้าพันล้านดอลลาร์ซึ่งเริ่มมีผลตั้งแต่วันศุกร์ที่ 1 มีนาคม แต่พรรครีพับริกันยืนกรานจุดยืนว่าไม่เห็นด้วยกับการขึ้นภาษี นักวิเคราะห์คาดว่าการตัดงบประมาณดังกล่าวจะทำให้ตัวเลข GDP ของสหรัฐฯ ลดลงกว่าครึ่ง % และอาจทำให้ IMF ต้องทบทวนตัวเลขการพยากรณ์เศรษฐกิจของสหรัฐฯ

2 ผลการสำรวจเจ้าของธุรกิจขนาดย่อมในสหรัฐฯ กว่า 1,400 รายแสดงว่าส่วนใหญ่ไม่พอใจเรื่องความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ความสับสนเรื่องระบบภาษี และกฎเกณฑ์ของรัฐบาลในการทำธุรกิจ ธุรกิจขนาดย่อมส่วนใหญ่ในสหรัฐฯ ใช้เงินทุนของผู้ก่อตั้งแทนที่จะใช้เงินกู้หรือเงินจากนักลงทุน และเป็นแหล่งจ้างงานที่สำคัญในสหรัฐฯ

3 การใช้ยาเสพติด Crystal Methamphetamine หรือยาไอซเพิ่มสูงขึ้นในอินโดนีเซีย โดยตัวเลขในปี 2554 แสดงว่าชาวอินโดนีเซียใช้ยาเสพติดประเภทต่างๆ รวม 125 ล้านตัน และราวหนึ่งในสามของผู้ใช้ยาเสพติดใช้ยาไอซซึ่งมีมูลค่าในตลาดราวหนึ่งพันล้านดอลลาร์ต่อปี

4 นิตยสาร Hurun Report ของจีนระบุว่าทวีปเอเซียมีเศรษฐีพันล้านมากที่สุดคือ 608 คน ตามด้วย 404 คนในทวีปอเมริกาเหนือและ 324 คนในยุโรป แต่สหรัฐฯ เป็นประเทศที่มีเศรษฐีพันล้านมากกว่าใครคือ 408 คน รองลงไปคือ 317 คนในประเทศจีน และรัสเซีย เยอรมนี อินเดียตามลำดับ โดยขณะนี้นาย Carlos Slim ชาวเม็กซิโกวัย 73 ปีเจ้าของบริษัทโทรคมนาคมเป็นผู้ร่ำรวยที่สุดในโลก ด้วยทรัพย์สินส่วนตัวมูลค่าหกหมื่นหกพันล้านดอลลาร์ และที่สองคือนาย Warren Buffett นักลงทุนชาวสหรัฐฯ ธุรกิจสำคัญซึ่งเป็นแหล่งที่มาของความร่ำรวยส่วนใหญ่คืออสังหาริมทรัพย์ โทรคมนาคม สื่อมวลชน และเทคโนโลยี
XS
SM
MD
LG