ลิ้งค์เชื่อมต่อ

ไบเดนเปิดทำเนียบขาวรับ ปธน.อินโดฯ ฟังมุมต่างปมอิสราเอล-ฮามาส


ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย โจโค วิโดโด (ซ้าย) ขณะพบกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ โจ ไบเดน (ขวา) ในการประชุมกลุ่ม จี20 ที่บาหลี อินโดนีเซีย เมื่อ 16 พฤศจิกายน 2022 (ที่มา: Pool via REUTERS/File Photo)
ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย โจโค วิโดโด (ซ้าย) ขณะพบกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ โจ ไบเดน (ขวา) ในการประชุมกลุ่ม จี20 ที่บาหลี อินโดนีเซีย เมื่อ 16 พฤศจิกายน 2022 (ที่มา: Pool via REUTERS/File Photo)

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โจ ไบเดน เปิดทำเนียบขาวพูดคุยกับโจโค วิโดโด ผู้นำอินโดนีเซียบ่ายวันจันทร์ เพื่อฟังมุมมองจากโลกมุสลิมเรื่องสงครามในกาซ่า

ประธานาธิบดีวิโดโดเดินทางมาเยือนกรุงวอชิงตันเพื่อยกระดับความสัมพันธ์ “หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน” ซึ่งเป็นลำดับขั้นทางการทูตที่สูงที่สุดของประเทศ ที่อินโดนีเซียได้มีกับจีนแล้วผ่านโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt Road Initiative)

ผู้นำทั้งสองชาติมีมุมมองที่ต่างกันมากในประเด็นอิสราเอล-ฮามาส โดยไบเดนนั้นให้การสนับสนุนอิสราเอลอย่างหนักแน่น ในขณะที่วิโดโดนั้นเรียกร้องให้มีการหยุดยิงในกาซ่าโดยทันที และสนับสนุนหน่วยงานขององค์การสหประชาชาติที่เก็บข้อมูลเรื่องอาชญากรรมสงครามที่เกิดจากน้ำมือของทั้งสองฝ่าย ตั้งแต่การโจมตีของกลุ่มฮามาสเมื่อ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา

การพบกันของสองผู้นำเกิดขึ้นหลังการประชุมฉุกเฉินขององค์การความร่วมมืออิสลาม (Organization of Islamic Cooperation) ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่กรุงริยาด ซาอุดีอาระเบีย ที่ 57 ชาติมุสลิมปฏิเสธเหตุผลของอิสราเอลที่มองการปฏิบัติการโจมตีกาซ่าเป็นการป้องกันตนเอง และเรียกร้องให้หยุดสงครามครั้งนี้โดยทันที

บันทึกการพูดคุยเวที OIC ซึ่งส่วนมากประกอบด้วยชาติในสันนิบาติอาหรับ ที่มีสมาชิกอยู่ในพื้นที่ทวีปแอฟริกาและตะวันออกกลาง ยังเรียกร้องให้หยุดขายอาวุธให้อิสราเอล และเพิ่มการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

วิโดโดระบุในแถลงการณ์เมื่อช่วงค่ำวันอาทิตย์ที่กรุงวอชิงตันว่า เขาจะนำส่งมติข้างต้นจาก OIC ให้กับไบเดน และกล่าวด้วยว่า “อิสราเอลต้องรับผิดชอบต่อความทารุณที่ตนก่อ”

เจ้าหน้าที่อาวุโสระบุกับวีโอเอว่า ประธานาธิบดีไบเดนจะ “รับฟังอย่างตั้งใจ ทั้งในสิ่งที่ประธานาธิบดีวิโดโดได้ยินมา และมุมมองของเขาเกี่ยวกับการพูดคุยที่เพิ่งมีขึ้นที่ซาอุดีอาระเบียร่วมกับผู้นำจากอาหรับและตะวันออกกลาง”

แม้รัฐบาลวอชิงตันมองว่าการหยุดยิงจะเป็นประโยชน์กับกลุ่มฮามาส แต่ก็มีความพยายามที่จะหาจุดร่วมกับรัฐบาลจาการ์ตาในอนาคต เนื่องจากแนวทางระยะกลางและระยะยาวของอินโดนีเซียเรื่องการแก้ไขความขัดแย้งและการสร้างสันติภาพนั้นเป็นประเด็นที่ทั้งสองรัฐบาลเห็นตรงกัน

แม้อินโดนีเซียไม่ใช่ตัวแสดงในพื้นที่ตะวันออกกลาง แต่ก็เป็นประเทศที่มีประชากร 229 ล้านคนที่นับถือศาสนาอิสลาม คิดเป็นสัดส่วน 87% ของประชากรทั้งประเทศ และ 13% ของผู้นับถือศาสนาอิสลามทั่วโลก

เจ้าหน้าที่อาวุโสรายเดิมกล่าวกับวีโอเอว่า “มีเพียงประเด็นสันติภาพ แนวทางสองรัฐ และทรัพยากรที่จำเป็นในการฟื้นฟูความหวังให้กับชีวิตที่พังทลายลง ที่คิดว่าจะเป็นเรื่องที่เราหวังจะร่วมมือกับอินโดนีเซียอย่างใกล้ชิดในเรื่องการให้เขา (อินโดนีเซีย) มีบทบาทนำ”

นอกเหนือจากประเด็นอิสราเอล-ฮามาส อินโดนีเซียยังมุ่งหวังที่จะมีข้อตกลงการค้าเสรีแบบจำกัดกับสหรัฐฯ เพื่อปูทางสู่การส่งออกนิกเกิลไปผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในสหรัฐฯ ตามกฎหมายลดเงินเฟ้อที่ผ่านเมื่อปี 2022 โดยนิกเกิลนั้นเป็นแร่ที่จำเป็นสำหรับการผลิตรถ EV และอินโดนีเซีย ที่มีแหล่งแร่นิกเกิลขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ก็มุ่งหวังที่จะเป็นศูนย์กลางของโลกในเรื่องรถ EV ด้วย

แหล่งข่าวที่เป็นเจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ ระบุว่ารัฐบาลสหรัฐฯ เองก็อยากเป็นหุ้นส่วนที่มีความสำคัญ (Consequential partnership) กับอินโดนีเซียเช่นกัน แต่ก็ได้แสดงความกังวลในประเด็นการพึ่งพาการลงทุนจากจีนในธุรกิจเหมือง และประเด็นสิ่งแวดล้อมและแรงงานในการทำเหมืองด้วย

สองผู้นำจะได้หารือกันในเรื่องวิกฤตเมียนมาด้วย ที่รัฐบาลทหารได้เมินเฉยต่อข้อเรียกร้องจากอินโดนีเซียและชาติสมาชิกอาเซียน ให้มีการพูดคุยระหว่างคู่ขัดแย้งอย่างสร้างสรรค์และหยุดยั้งการใช้ความรุนแรง

  • ที่มา: VOA

กระดานความเห็น

XS
SM
MD
LG