ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

วิเคราะห์: รัฐบาล 'ไบเดน' ควรขับเคลื่อนนโยบาย 'เกาหลีเหนือ' อย่างไร


People watch a TV screen showing the broadcast of President-elect Joe Biden speaking, at the Seoul Railway Station in Seoul, South Korea, Sunday, Nov. 8, 2020. (AP Photo/Ahn Young-joon)

รัฐบาลกรุงวอชิงตันชุดใหม่กำลังเดินหน้ากำหนดความชัดเจนของแผนการเจรจากับเกาหลีเหนือเรื่องเทคโนโลยีนิวเคลียร์ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ แอนโทนี บลิงเคน เปิดเผยว่าสหรัฐฯจะใช้ทั้งไม้แข็งอย่างมาตรการคว่ำบาตรและแนวทางที่เบากว่า เช่น การต่อรองทางการทูต เพื่อยับยั้งการพัฒนาขีปนาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ

แต่นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญหลายคนที่เคยทำงานในทำเนียบขาว เริ่มออกมาแสดงความคิดเห็นว่าสหรัฐฯควรจะวางยุทธศาสตร์ในการต่อรองใหม่ โดยเริ่มยอมรับความจริงที่ว่าเกาหลีเหนือจะไม่ยอมถอดถอนอาวุธนิวเคลียร์ทั้งหมด

สถาบันวิจัยของสหรัฐฯเพื่อยุทธศาสตร์ของประเทศ หรือ The Institute for National Strategic Studies ได้รายงานว่า ขณะนี้ เกาหลืเหนือมีขีปนาวุธนิวเคลียร์ประมาณ 15 ถึง 60 ลูก ซึ่งพิสัยของอาวุธบางส่วนนั้น สามารถสร้างความเสียหายข้ามทวีปถึงสหรัฐฯได้

นอกจากนี้ผู้นำเกาหลืเหนือ คิม จอง อึน ยังได้สร้างแรงกดดันระลอกใหม่ต่อสหรัฐฯ เพียงไม่กี่วันก่อนที่นายโจ ไบเดน จะเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯอีกด้วย โดยผู้นำเกาหลีเหนือได้แสดงแสงยานุภาพของขีปนาวุธชนิดใหม่ ผ่านการเดินขบวนสวนสนามของกองทัพ ในกรุงเปียงยาง

อดีตเจ้าหน้าที่สหรัฐฯด้านความมั่นคงต่อประเทศเกาหลีเหนือ มาร์คัส การ์โลวคัส จึงมองว่า สหรัฐฯควรประเมินความเป็นจริงของสถานการณ์ใหม่ได้แล้ว เพราะ นโยบายฉบับก่อนนั้นยึดหลักที่ผิดทั้งสองประการ คือ สหรัฐฯมีอำนาจพอที่จะโน้วน้ามให้เกาหลีเหนือล้มเลิกโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้ และอีกประการหนึ่ง ที่เขาเห็นว่าอเมริกาเข้าใจผิดคือ ประเทศจีนจะมีส่วนร่วมในการช่วยเจรจากับเกาหลีเหนือให้เลิกโครงการดังกล่าว

This picture released by North Korea's official Korean Central News Agency (KCNA) Jan. 9, 2021, shows North Korean leader Kim Jong Un speaking at the 8th Congress of the Workers' Party of Korea, in Pyongyang.
This picture released by North Korea's official Korean Central News Agency (KCNA) Jan. 9, 2021, shows North Korean leader Kim Jong Un speaking at the 8th Congress of the Workers' Party of Korea, in Pyongyang.

มาร์คัส การ์โลวคัส ให้คำแนะนำด้วยว่า เป้าหมายหลักของรัฐบาลชุดไบเดนควรเป็นการสร้างความร่วมมือกับประเทศพันธมิตร เพื่อป้องกันไม่ให้เกาหลีเหนือสร้างผลกระทบต่อภูมิภาค และ ดำเนินความสัมพันธ์กับ คิม จอง อึนในด้านอื่นๆนอกจากการกดดันให้ปลดอาวุธนิวเคลียร์เพียงอย่างเดียว

หากทำสำเร็จ ผู้สันทัดกรณีหลายคนเห็นว่า ยุทธศาสตร์ดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะช่วยแก้ปัญหาภายในเกาหลีเหนือได้และยังสามารถปรับพฤติกรรมของนายคิมต่อประเทศอื่นๆได้อีกด้วย

อดีตสมาชิกความมั่นคงแห่งชาติของทำเนียบขาว วิกเตอร์ ชา เขียนบทความลงนิตยสาร Foreign Affairs ว่าสหรัฐฯควรทำสัญญาการลดจำนวนอาวุธนิวเคลียร์กับเกาหลีเหนือ คล้ายกับสนธิสัญญาที่สหรัฐฯทำไว้กับสหภาพโซเวียดในช่วงสงครามเย็น

ส่วน โจเซฟ ยูน อดีตนักการทูตอาวุโสและ แฟรงค์ อัม อดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้กล่าวว่า สหรัฐฯ ใช้เวลากว่า 15 ปี ในการโน้มน้าวให้เกาหลีเหนือ ล้มเลิกการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์อย่างสิ้นเชิง การต่อรองระยะยาวที่ไม่เป็นผลเช่นนี้ กลับกลายเป็นการชี้จุดแข็งให้เกาหลีเหนือครอบงำอาวุธร้ายแรงต่อไป และนำมาใช้ต่อรองกับสหรัฐฯ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับประเทศตนเองเพียงฝ่ายเดียว

FILE - U.S. and South Korean army soldiers pose on a floating bridge on the Hantan river after a river crossing operation, part of an annual joint military exercise between South Korea and the United States in Yeoncheon, South Korea, Dec. 10, 2015.
FILE - U.S. and South Korean army soldiers pose on a floating bridge on the Hantan river after a river crossing operation, part of an annual joint military exercise between South Korea and the United States in Yeoncheon, South Korea, Dec. 10, 2015.

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่อาวุโสฝ่ายกลาโหมผู้หนึ่งได้เตือนว่า หากสหรัฐฯ ตั้งโจทย์เพื่อควมคุมศักยภาพทางอาวุธของเกาหลีเหนือ อาจเป็นการส่งสัญญาณโดยปริยายว่า เกาหลีเหนือ เป็นประเทศที่กำลังพัฒนาโครงการนิวเคลียร์​

ผลที่อาจตามมาคือประเทศอื่นๆในภูมิภาค อย่างเกาหลีใต้และญี่ปุ่น อาจจะหันไปพัฒนาอาวุธร้ายแรงดังกล่าวเพื่อป้องกันการโจมตีจากเกาหลีเหนือก็เป็นได้

ท้ายสุด ดุยอน คิม นักวิเคราะห์ด้านเกาหลีแห่งศูนย์ Center for New American Security แนะนำว่า เมื่อเวลาผ่านไปจนถึงจุดที่เกาหลีเหนือได้รับผลกระทบที่หนักขึ้นจากการระบาดของโคโรนาไวรัส รัฐบาลเปียงยางอาจต้องการให้อเมริกาผ่อนปรนมาตรการลงโทษทางเศรษฐกิจ และนั่นน่าเป็นการเปิดทางให้รัฐบาลของประธานาธิบดีไบเดนต่อรองเรื่องโครงการนิวเคลียร์กับเกาหลีเหนือได้อย่างมีความคืบหน้า

XS
SM
MD
LG