ลิ้งค์เชื่อมต่อ

ยุโรปพิจารณาใช้วัคซีนต้านโควิด-19 จากรัสเซีย หลังสูญเสียความเชื่อมั่นในวัคซีนแอสตราเซเนกา


FILE - In this Monday, March 22, 2021 file photo, AstraZeneca and Biontech coronavirus vaccine in a fridge at the vaccine center in Ebersberg near Munich, Germany. AstraZeneca’s release of encouraging data about its coronavirus vaccine from its U.S…

รัฐบาลในหลายประเทศสูญเสียความไม่มั่นใจในประสิทธิผลและความปลอดภัยของวัคซีนจาก แอสตราเซเนกา (AstraZeneca) มากขึ้น หลังมีรายงานเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรณีลิ่มเลือดแข็งตัวในผู้รับวัคซีนบางราย โดยล่าสุด ยุโรปปฏิเสธการใช้ยาดังกล่าวแล้ว ขณะที่ ตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่พุ่งสูงขึ้น จนมีรายงานว่า บางประเทศกำลังพิจารณาจะสั่งซื้อวัคซีน สปุตนิค วี (Sputnik V) จากรัสเซียแทนแล้ว​

รายงานข่าวระบุว่า อิตาลี เยอรมนี เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ โปรตุเกส และฝรั่งเศส ตัดสินใจจำกัดการใช้วัคซีนของ แอสตราเซเนกา สำหรับผู้รับซึ่งอยู่ในวัยผู้ใหญ่ ขณะที่เริ่มมีกระแสต้านวัคซีนตัวนี้ในหมู่ประชาชนแล้ว โดยผลการสำรวจความคิดเห็นล่าสุดในเยอรมนีระบุว่า กว่า 40 เปอร์เซ็นต์ของชาวเยอรมันกล่าวจะ ตนจะปฏิเสธไม่รับวัคซีนของแอสตราเซเนกา

มิเคเล เอมิลีอาโน ผู้ว่าการแคว้น พูเลีย ของอิตาลี ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ ลา รีพุบบลิกา เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ประชาชนราวครึ่งหนึ่งในแคว้นนี้ปฏิเสธรับวัคซีนตัวนี้ และให้ความเห็นว่า “สถานการณ์จะย่ำแย่ลงอีก เพราะความสับสนที่หน่วยงานด้านยาของยุโรปสื่อสารออกมาเกี่ยวกับวัคซีนนี้”

ความข้องใจในวัคซีนของแอสตราเซเนกา ขยายไปยังแอฟริกาด้วย โดย สหภาพแอฟริกา ซึ่งเป็นตัวแทนรัฐบาล 55 ประเทศ ประกาศยกเลิกแผนสั่งซื้อวัคซีนดังกล่าวไปแล้ว โดยรัฐบาลบางแห่งมีความสงสัยเกี่ยวกับตัววัคซีนก่อนที่จะมีรายงานยืนยันปัญหาลิ่มเลือดแข็งตัวโดยหน่วยงานของสหภาพยุโรปและอังกฤษ ที่พยายามย้ำว่า กรณีดังกล่าวนั้น “เกิดขึ้นได้ยากมาก” และเท่าที่ผ่านมานั้น พบแล้วเพียง 84 กรณี จากการฉีดวัคซีนไป 25 ล้านครั้ง

ในส่วนของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกนั้น หลายประเทศมีความเคลือบแคลงใจที่จะใช้วัคซีนตัวนี้ด้วย เช่น รัฐบาลออสเตรเลียที่ตัดสินใจจำกัดการใช้วัคซีนแอสตราเซเนกาเฉพาะผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 50 ปี และยอมถอยจากคำมั่นที่จะฉีดวัคซีนเข็มแรกให้ประชาชนทั่วประเทศภายในเดือนตุลาคมไปแล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่ในฮ่องกงตัดสินใจเลือกใช้วัคซีนจากที่อื่นแทน และรัฐบาลเกาหลีใต้ที่จำกัดการใช้วัคซีนตัวนี้เช่นกัน

รายงานข่าวระบุว่า วัคซีนของแอสตราเซเนกา มีสัดส่วนถึงกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ของคำสั่งซื้อวัคซีนในปีที่แล้ว โดยประเทศที่มีรายได้ต่ำและรายได้ปานกลาง ขณะที่ บริษัทวิจัย แอร์ฟินิตี้ (Airfinity) ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงลอนดอน เปิดเผยว่า วัคซีนตัวนี้มีสัดส่วนคำสั่งซื้อในปีนี้แล้วเกือบ 1 ใน 4 ของคำสั่งซื้อทั้งหมด

นอกจากนั้น โครงการ โคแว็กซ์ (COVAX) ขององค์การอนามัยโลกที่ตั้งขึ้นเพื่อช่วยแจกจ่ายวัคซีนให้กับประเทศยากจน เลือกใช้วัคซีนของแอสตราเซเนกาเป็นหลัก เช่นกัน

XS
SM
MD
LG