ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

นักวิเคราะห์กล่าวว่า หลายประเทศในเอเชียเพิ่มการใช้จ่ายสองเท่าตัวสำหรับการป้องกันประเทศ ซึ่งสืบเนื่องกับความขัดแย้งทางทะเล


นักวิเคราะห์ของ Center for Strategic and International Studies (CSIS) ชี้ว่า การใช้จ่ายเงินของหลายประเทศในเอเชียสำหรับการป้องกันประเทศในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าตัว ซึ่งสืบเนื่องกับความขัดแย้งทางทะเลในขณะนี้

นักวิเคราะห์ความมั่นคงของ Center for Strategic and International Studies (CSIS) เผยแพร่รายงานที่ชี้ว่า การใช้จ่ายเงินของหลายประเทศในเอเชียสำหรับการป้องกันประเทศในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าตัว

ประเทศในเอเชียที่รายงานฉบับนี้ระบุชื่อ คือ จีน ญี่ปุ่น อินเดีย เกาหลีใต้ และไต้หวัน จำนวนเงินที่ใช้จ่ายกันในเรื่องนี้รวมแล้วสูงถึง สองแสนสองหมื่นสี่พันล้านดอลล่าร์ ในขณะที่แนวโน้มการใช้จ่ายเงินในเรื่องนี้ของชาติตะวันตก โดยเฉพาะยุโรปลดลง

รายงานของ CSIS คาดว่า การใช้จ่ายเงินในการป้องกันประเทศของเอเชียจะเลยหน้ายุโรปภายในสิ้นปีนี้
D
ประเทศในเอเชียที่เพิ่มการใช้จ่ายเงินเพื่อการป้องกันประเทศมากกว่าใครเพื่อน คือ จีน ซึ่งตัวเลขของทางการสหรัฐประมาณว่า เพิ่มขึ้นไปเป็นเกือบเก้าหมื่นล้านดอลล่าร์ในปีที่แล้ว แต่นักวิเคราะห์อิสระบางรายเชื่อว่า ตัวเลขจริงอาจสูงถึงหนี่งแสนสี่หมื่นล้านดอลล่าร์

การใช้จ่ายเงินเพื่อการป้องกันประเทศของจีนสูงกว่าญี่ปุ่นมาตั้งแต่ปีค.ศ. 2005 แล้ว และเวลานี้นับได้ว่า จีนใช้จ่ายเงินในเรื่องนี้มากเป็นอันดับที่สองของโลก ตามหลังสหรัฐเท่านั้น แต่นักวิเคราะห์บอกว่า ยังอีกนานกว่าจีนจะไล่ทันสหรัฐ ซึ่งมีงบประมาณสำหรับการทหารในแต่ละปีมากกว่าหกแสนล้านดอลล่าร์

ศจ. David Fouse ของศูนย์ศึกษาการรักษาความมั่นคงในภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิก ที่รัฐฮาวาย บอกว่า แม้จีนจะกำลังสร้างกองทัพที่น่าเกรงขาม แต่ตามทัศนะของเขา จีนยังขึ้นไปไม่ถึงระดับมหาอำนาจ และว่าความสัมพันธ์ทางการทหารระหว่างจีนกับสหรัฐยังเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่เท่าเทียมกันอย่างมากอยู่ต่อไป

จีนอธิบายไว้ว่า การสร้างสมกำลังทหารของตนเป็นการดำเนินการที่สอดคล้องกับความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ และว่าสมรรถนะทางการทหารที่เพิ่มมากขึ้น มิได้หมายความว่า จีนจะมีทีท่าก้าวร้าวรุกรานใครในภูมิภาค

แต่ดูเหมือนว่า ประเทศเพื่อนบ้านของจีนจะมีความคิดเห็นเป็นอย่างอื่น เพราะหลายประเทศหันไปเพิ่มความสามารถในการป้องกันประเทศของตน เป็นการตอบโต้การประพฤติปฏิบัติของจีน ซึ่งประเทศเพื่อนบ้านเหล่านี้เห็นว่า เป็นการแสดงความแข็งกร้าวเพื่อปกป้องคำกล่าวอ้างสิทธิอธิปไตยของจีนเหนือบริเวณต่างๆทางทะเล

อีกเรื่องหนึ่งที่หลายประเทศในเอเชียกำลังมีความวิตกกังวลเพิ่มมากขึ้นคือภัยคุกคามทางอินเทอร์เน็ต John Blaxford นักวิเคราะห์ของ Australian National University (ANU) ในออสเตรเลีย บอกว่า เป็นที่ยอมรับกันแล้วว่า การอาศัยอินเทอร์เน็ตเพื่อขโมยข้อมูลจากแหล่งลับต่างๆทั่วโลก รวมทั้งในออสเตรเลียและในภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิกนั้น ได้ผลมาก และเป็นที่สงสัยกันว่า จีนมีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้

นักวิเคราะห์ของ ANU ผู้นี้บอกว่า รัฐบาลหลายประเทศไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้อย่างเปิดเผย เพราะจะระบุลงไปให้ชัดเจนว่า ต้นตอมาจากไหนได้ยาก แต่คนส่วนใหญ่ค่อนข้างแน่ใจว่า อยู่ในประเทศจีน

รายงานฉบับนี้สรุปว่า การเพิ่มการใช้จ่ายในการป้องกันประเทศในเอเชียนั้น ทำให้แน่ใจได้ว่า สหรัฐจะยังคงหันเหจุดมุ่งเน้นทางยุทธศาสตร์ของตนไปยังภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิกต่อไป
XS
SM
MD
LG