ลิ้งค์เชื่อมต่อ

วิเคราะห์: ผู้นำรัสเซียเดิมพันกับ “เวลา” ในสงครามยูเครน


FILE PHOTO: Russia's Putin meets his Indonesian counterpart Widodo in Moscow

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย กำลังเดิมพันกับ “เวลา” ในสงครามต่อยูเครนครั้งนี้ และอาจเห็นว่า เวลาคงจะมีแสนยานุภาพยิ่งกว่าขีปนาวุธที่สหรัฐฯ และชาติพันธมิตรตะวันตกส่งให้ยูเครน ตามบทวิเคราะห์ของรอยเตอร์

หลังผู้นำรัสเซียเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารในยูเครนเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ รัสเซียหวังว่า ชาติตะวันตกจะลดท่าทีของพวกตนลง หลังราคาพลังงานและอาหารทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นจากผลกระทบของสงคราม

เจ้าหน้าที่และสื่อทางการของรัสเซียมีท่าทีพอใจอย่างเห็นได้ชัดต่อการลาออกของนายกรัฐมนตรีอังกฤษและอิตาลี โดยระบุว่า การลาออกของผู้นำทั้งสองเป็นผลจากมาตรการลงโทษต่อรัสเซียที่กลับไป “ทำร้ายตนเอง”

ปธน. ปูติน ที่จะมีอายุครบ 70 ปีในเดือนตุลาคมนี้ กล่าวต่อชาติตะวันตกในเดือนนี้ว่า สงครามของรัสเซียต่อยูเครนนั้น “เพิ่งเริ่มต้น” และสหรัฐฯ จะล้มเหลวหากพยายามเอาชนะรัสเซีย

วิลเลียม เบิร์นส์ ผู้อำนวยการของสำนักงานข่าวกรองกลางของสหรัฐฯ หรือ ซีไอเอ และอดีตทูตสหรัฐฯ ประจำรัสเซีย กล่าวในสัปดาห์นี้ว่า ผู้นำรัสเซียเดิมพันว่า เขาจะประสบความสำเร็จกับการทำ “สงครามพร่ากำลัง” ครั้งนี้ ซึ่งสื่อว่าจะเป็นสงครามที่ยืดเยื้อและต้องการเอาชนะจากการที่กำลังของฝ่ายตรงข้ามอ่อนล้าไปก่อนฝ่ายตน

เบิร์นส์ระบุว่า ผู้นำรัสเซียพนันว่า เขาจะต้อนเศรษฐกิจของรัสเซียจนจนมุม ทำให้สาธารณชนและผู้นำของยุโรปเหนื่อยหน่าย และทำให้สหรัฐฯ เหนื่อยหน่าย เนื่องจาก ปธน. ปูตินเห็นว่า สหรัฐฯ มักถูกเบี่ยงเบนความสนใจโดยสิ่งอื่นเสมอ อย่างไรก็ตาม เขาเห็นว่า ผู้นำรัสเซียจะไม่ประสบความสำเร็จ

CIA Director William Burns
CIA Director William Burns


ทั้งนี้ เมื่อเดือนพฤศจิกายน ผู้นำสหรัฐฯ มอบหมายให้ ผอ. ซีไอเอ ผู้นี้ เดินทางไปยังกรุงมอสโกเพื่อเตือน ปธน. ปูติน ถึงผลที่จะตามมาหากรัสเซียรุกรานยูเครน แต่รัสเซียไม่แสดงท่าทีอ่อนข้อลง แต่กลับระบุว่า รัสเซียจะบรรลุวัตถุประสงค์ต่อยูเครนทุกประการ

เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศของรัสเซีย กล่าวเมื่อวันพุธว่า เป้าหมายของรัสเซียต่อยูเครนขณะนี้ไปไกลยิ่งกว่าแค้วนดอนบาส โดยรัสเซียเพิ่มเป้าหมายไปที่บริเวณทางตอนใต้ของรัสเซีย และ “ดินแดนอื่น ๆ จำนวนมาก”

แผนผนวกดินแดนยูเครนของรัสเซีย

เมื่อวันอังคาร คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ระบุถึงรายงานข่าวกรองของตนว่า รัสเซียเตรียมผนวกแคว้นดอนบัสทั้งหมด และพื้นที่ตามชายฝั่งทางตอนใต้ของยูเครน รวมทั้งเมืองเคอร์ซอนและเมืองซาปอริชเชีย เข้ากับตน

หากรัสเซียผนวกดินแดนดังกล่าวสำเร็จ รัสเซียจะมีอำนาจควบคุมดินแดนกว่า 18% ของยูเครน เพิ่มจากพื้นที่เดิม 4.5% ที่รัสเซียควบคุมหลังผนวกแคว้นไครเมียเมื่อปี 2014

ลาฟรอฟ รมต. ต่างประเทศรัสเซียระบุว่า หากชาติตะวันตกส่งอาวุธที่มีพิสัยไกลยิ่งขึ้นแก่ยูเครน เช่น ระบบจรวด high mobility artillery rocket systems หรือ HIMARS รัสเซียจะยิ่งต้องการขยายดินแดนมากขึ้น

วลาดิสลาฟ ซูบอค ศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์ระหว่างประเทศ ประจำ London School of Economics ระบุว่า ลาฟรอฟอาจต้องการสื่อว่า ยิ่งสงครามลากยาวขึ้นเท่าไหร่ รัสเซียยิ่งอ้างสิทธิ์เหนือดินแดนมากขึ้นเท่านั้น เชายังไม่แปลกใจหากรัสเซียต้องการดินแดนทางตอนใต้ของยูเครน

ทั้งนี้ ลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกลาโหมของสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ จะส่งระบบจรวด HIMARS ให้แก่ยูเครนอีกสี่ชุด หลังจากมอบความช่วยเหลือด้านความมั่นคงแก่ยูเครนไปแล้วกว่า 8,000 ล้านดอลลาร์

Russian President Vladimir Putin listens during a youth forum in Moscow, July 20, 2022.
Russian President Vladimir Putin listens during a youth forum in Moscow, July 20, 2022.

รัสเซียตั้งเป้าจะกลับมาเป็นมหาอำนาจ?

เป้าหมายหลักของ ปธน. ปูตินคือการฟื้นฟูสถานะมหาอำนาจแม้เพียงบางส่วนของรัสเซีย หลังจากรัสเซียสูญเสียสถานะดังกล่าวหลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียตเมื่อปี 1991

ผู้นำรัสเซียตำหนิสหรัฐฯ มาโดยตลอดว่า เป็นฝ่ายขับเคลื่อนให้องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต้ ขยายขอบเขตไปยังยุโรปตะวันออกมากขึ้น โดยเฉพาะความใกล้ชิดของนาโต้ต่อประเทศอดีตสหภาพโซเวียตอย่างยูเครนและจอร์เจีย ที่รัสเซียเห็นว่า เป็นประเทศที่อยู่ในอิทธิพลของตน

ปธน. ปูติน แสดงท่าทีว่า บทบาทของสหรัฐฯ มุ่งเป้าทำให้รัสเซียอ่อนแอลง และต้องการทำลายรัสเซียด้วยซ้ำ เขายังอ้างความชอบธรรมหลายประการในการรุกรานยูเครน แต่เน้นไปที่การปะทะกับตะวันตก โดยผลของสงครามครั้งนี้จะเปลี่ยนแปลงระบบการเมืองของโลก

ขณะที่รัสเซียยังคงส่งออกทรัพยากรทางธรรมชาติโดยมีจีนเป็นผู้สนับสนุนหลัก ผู้นำรัสเซียเดิมพันว่า รัสเซียจะค่อย ๆ สร้างข้อจำกัดต่างๆแก่ยูเครน ในขณะที่ทนรับมาตรการลงโทษต่าง ๆ ได้

ผลของการเดิมพันครั้งนี้มีราคาแพงมาก โดยหน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ ประมาณการว่า ชาวรัสเซียราว 15,000 คนถูกสังหารในยูเครน ซึ่งเป็นจำนวนเดียวกับยอดผู้เสียชีวิตชาวโซเวียต ระหว่างที่โซเวียตเข้ายึดอัฟกานิสถานช่วงปี 1979-1989

ซีไอเอ ยังคาดว่า ยอดผู้เสียชีวิตของยูเครนน่าจะน้อยกว่าทางฝั่งรัสเซียไม่มาก โดยทั้งรัสเซียและยูเครนต่างไม่เปิดเผยการประมาณการยอดผู้เสียชีวิตโดยละเอียด

ขณะที่ ผอ. ซีไอเอคาดว่า ปธน. ปูตินต้องการฟื้นฟูรัสเซียให้กลับมาเป็นมหาอำนาจ แต่มีเพียงเวลาเท่านั้นที่จะบอกได้ว่า การเดิมพันของผู้นำรัสเซียที่ครองอำนาจมา 22 ปีผู้นี้ จะบรรลุผลดังที่เขาต้องการหรือไม่

  • ที่มา: รอยเตอร์
XS
SM
MD
LG