ลิ้งค์เชื่อมต่อ

สื่ออเมริกันระบุสาเหตุที่ห้ามนำ 'คอมพิวเตอร์โน้ตบุ้ค' ขึ้นเครื่องบิน เพราะหวาดกลัววัตถุระเบิดแบบใหม่!


FILE - A laptop is seen in this Jan. 7, 2016, file photo. Royal Jordanian Airlines is advising passengers that laptops, iPads, cameras and other electronics won’t be allowed in carry-on luggage for U.S.-bound flights starting March 21, 2017.

นสพ. New York Times ในสหรัฐฯ รายงานว่า สาเหตุที่รัฐบาลอังกฤษและสหรัฐฯ ประกาศใช้มาตรการห้ามนำอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ขนาดใหญ่กว่าโทรศัพท์มือถือขึ้นเครื่องบิน สำหรับผู้โดยสารที่บินตรงเข้าอังกฤษและสหรัฐฯ จากหลายประเทศในแถบตะวันออกกลางและแอฟริกาตอนเหนือ

เป็นเพราะมีความกังวลว่า กลุ่มรัฐอิสลามอาจกำลังผลิตระเบิดขนาดเล็ก ที่สามารถซุกซ่อนในแบตเตอรี่ของคอมพิวเตอร์โน้ตบุ้ค!

ขณะที่สำนักข่าว ABC รายงานว่า ข่าวกรองที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รวบรวมมาได้เมื่อต้นปีนี้ ชี้ให้เห็นว่ากลุ่มรัฐอิสลามกำลังพยายามหาทางซ่อนวุตถุระเบิดบนเครื่องบินที่มุ่งหน้ามายังสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม สำนักงานความปลอดภัยด้านการคมนาคมของรัฐบาลสหรัฐฯ (TSA) ปฏิเสธรายงานของสื่อดังกล่าว แต่ระบุว่าเป็นผลมาจากการประเมินด้านข่าวกรองว่ากลุ่มก่อการร้ายมีเป้าหมายที่จะโจมตีเครื่องบินโดยสาร

ก่อนหน้านี้ หน่วยงานรักษาความปลอดภัยด้านการคมนาคมขนส่งของสหรัฐฯ หรือ TSA ได้มีประกาศห้ามนำอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ขนาดใหญ่กว่าโทรศัพท์มือถือขึ้นเครื่องบิน สำหรับผู้โดยสารที่บินตรงเข้าอังกฤษและสหรัฐฯ จากหลายประเทศในแถบตะวันออกกลางและแอฟริกาตอนเหนือ โดยระบุชื่อ 10 สนามบินใน 8 ประเทศ

โดยรายชื่อสนามบินตามประกาศของ TSA นั้น ได้แก่ ท่าอากาศยาน Queen Alia International Airport ในจอร์แดน, Cairo International Airport ของอียิปต์, Ataturk International Airport ในตุรกี, King Abdul-Aziz International Airport และ King Khalid International Airport ในซาอุดิอาระเบีย, Kuwait International Airport ในคูเวต

รวมทั้ง Mohammed V Airport ในโมร็อกโค, Hamad International Airport ในกาตาร์, ท่าอากาศยาน Dubai International Airport ของดูไบ และท่าอากาศยาน Abu Dhabi International Airport ที่กรุงอาบู ดาบี ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตต์ ตามลำดับ

TSA ของสหรัฐฯ แถลงว่า การระบุชื่อสนามบินทั้งสิบนี้เป็นผลมาจากการประเมินภัยคุกคามที่มีอยู่ในปัจจุบัน และอาจมีการเพิ่มรายชื่อสนามบินหรือประเทศอื่นๆ ได้อีกในอนาคต

โดยขณะนี้ยังไม่มีการระบุวันที่ที่จะสิ้นสุดการใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยใหม่ดังกล่าว ซึ่งก็หมายถึงว่าอาจจะมีผลบังคับใช้อย่างไม่มีกำหนดจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

และสายการบินต่างๆ ที่อาจได้รับผลกระทบ จะมีเวลาจนถึงวันศุกร์ที่ 24 มีนาคมนี้เพื่อปฏิบัติตาม

XS
SM
MD
LG