ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

หนังเรื่องใหม่ของเมล กิ๊บสัน<br>Mel Gibson’s New Film ‘The Passion of the Christ’ Generates Controversy - 2004-02-26


หนังเรื่องใหม่ของเมล กิ๊บสัน

Opening in the US on February 25th, Mel Gibson’s study of the ‘Passion’ or suffering of the Christian Messiah has generated much discussion and controversy. The film covers a 12-hour period from the time that Jesus Christ was arrested in the Garden of Gethsemane in Jerusalem to his death by crucifixion. The film has been given an R-rating for violence for its unflinching portrayal of Jesus being beaten, then whipped and finally executed. Advance criticism has focussed on the question of “Who Killed Jesus?” Blaming his death on the Jewish people has historically been used to justify anti-Semitism across the ages. Vatican II (1962-65) backed away from this interpretation and placed the ‘blame’ on all mankind. Critics are worried that the film appears to place a lot of the burden for Jesus’ arrest, torture and death on the demands of the Jewish religious rulers instead of the Roman occupiers of Judea (modern-day Israel). Reviewers of the film hope that this movie will be used to inspire thoughtful discussion instead of unthinking prejudice.

หนังเรื่องใหม่ ล่าสุดของเมล กิ๊บสัน ดาราภาพยนตร์ชื่อดัง เรื่อง “The Passion of Christ” เปิดฉายในวันพุธที่ 25 กุมภาพันธุ์นี้ ตามโรงหนังทั่วอเมริกา ราวๆ 2800 โรง การกำหนดวันฉายจงใจให้ตรงกับเทศกาลอีสเตอร์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ชาวคริสท์รำลึกถึงความทุกข์ทรมานที่พระเยซูต้องประสบเพื่อเป็นการไถ่บาปให้แก่พวกตน

ฟังดูแล้วก็ไม่น่าจะเป็นข่าว เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการสร้างภาพยนตร์เรื่องพระเยซู แต่ที่เป็นข่าวก็เพราะผู้สร้างเป็นดาราใหญ่ ควักเงินราวๆ 25-30 ล้านดอลล่าร์จากกระเป๋าตนเองเพื่อสร้างหนังซึ่งเมล กิ๊บสันให้สัมภาษณ์ว่า เป็นการแสดงถึงความเชื่อถือของเขาต่อพระเยซู ไครสท์ และฝีมือในงานศิลป์ของเขา

เมล กิ๊บสันมีอายุ 48 ปี เกิดในอเมริกา แต่ไปโตในออสเตรเลีย เพราะครอบครัวโยกย้ายไปอยู่ที่นั่นเมื่อเขามีอายุ 12 ขวบ การหันเข้าวัดของเมล กิ๊บสันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสักสิบสองปีมานี่เอง เมื่อเขารู้สึกว่า ชื่อเสียงและเงินทองไม่ทำให้ชีวิตของเขามีความหมายเพียงพอ วัดที่ดาราหนังผู้นี้หันเข้าหา เป็นวัดนิกายโรมัน แคธอลิค และเพราะว่ากรุงวาติกัน ศูนย์กลางของนิกายโรมัน แคธอลิคและวัดในนิกายนี้โดยทั่วไปปฏิรูปเลิกใช้ภาษาลาตินในการสวดมนต์และทำพิธีทางศาสนามานานแล้ว เมล กิ๊บสันจึงสร้างวัดขึ้นมาใหม่ใกล้กับบ้านที่อยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย เพื่อใช้ภาษาลาตินในพิธีศาสนาอย่างที่ตนต้องการ

“The Passion of Christ” บรรยายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วง 12 ชั่วโมงสุดท้ายก่อนที่พระเยซูจะถูกสังหารด้วยการตรึงบนไม้กางเขน ซึ่งเมล กิ๊บสัน ในฐานะ ผู้อำนวยการสร้าง ผู้กำกับ และผู้ร่วมเขียนบท บอกว่าเป็นไปตามที่เขียนไว้ในพระคัมภีร์ใหม่ ตามประวัติศาสตร์นั้น ชาวโรมัน ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจปกครองดินแดนที่ชาวยิวอาศัยอยู่ในเวลานั้น เป็นผู้จับกุม ดำเนินคดี และตัดสินให้ประหารชีวิตพระเยซู แต่คัมภีร์ศาสนาคริสท์ชี้แนะว่า เจ้าหน้าที่ชาวยิวเป็นผู้กดดันให้ผู้ปกครองชาวโรมันดำเนินการเช่นนั้น กรุงวาติกันเองปฏิเสธการตีความกล่าวโทษชาวยิวในลักษณะนี้อย่างเป็นทางการมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1965 แล้ว เมล กิ๊บสันเอง กล่าวในการให้สัมภาษณ์เมื่อเร็วๆนี้ว่า เขาไม่ใช่คนต่อต้านชาวยิว เพราะถ้าเขาเป็นเช่นนั้น ก็จะเป็นการกระทำที่ขัดกับความเชื่อถือทางศาสนาของเขาเอง แต่ผู้นำชาวยิวหลายคนที่ได้ดูหนังเรื่องนี้แล้ว ให้ความเห็นว่า ผู้สร้างวาดภาพชาวยิวไว้ในเชิงลบ ก่อให้เกิดความรู้สึกต่อต้านชาวยิว โดยกล่าวหาว่าชาวยิวเป็นผู้รับผิดชอบในการตายของพระเยซู

แต่ไม่ว่าฝ่ายไหนจะถูกหรือผิด นิตยสาร Variety ซึ่งรายงานข่าวในวงการภาพยนตร์ ประมาณการว่า ในสัปดาห์แรกที่ออกฉาย “The Passion of Christ” อาจทำรายได้มากถึง 30 ล้านดอลล่าร์ โรงหนังส่วนใหญ่ขายตั๋วสำหรับวันฉายวันแรกหมดแล้ว รายงานข่าวกล่าวว่า กลุ่มศาสนาบางกลุ่มเหมาซื้อตั๋วทั้งโรงเลย

เมื่อดูแล้ว ทีนี้ก็ควรหันมาโต้อภิปรายกันต่อไปได้อย่างใช้ความคิด ไม่ใช่อารมณ์!

นิตยา มาพึ่งพงศ์
VOA ภาคภาษาไทย Washington

XS
SM
MD
LG