ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

อาวุธร้ายแรงที่หายไป<br>No Weapons of Mass Destruction Have Been Found in Iraq - 2004-02-23


อาวุธร้ายแรงที่หายไป

ในสัปดาห์ที่แล้ว มีประเด็นสำคัญสองประเด็นที่กินเนื้อที่ทั้งในหน้าหนังสือพิมพ์และทาง โทรทัศน์ในอเมริกา สำหรับเรื่องภายในประเทศ สมาชิกพรรคเดโมแครทในหลายรัฐไปลงคะแนนเสียง ในการเลือกตั้งขั้นต้น เพื่อเลือกผู้ที่ตนจะสนับสนุนให้เป็นผู้แทนของพรรคไปแข่งขันกับประธานาธิบดี จอร์ช ดับเบิลยู บุชในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปลายปีนี้ ทางด้านระหว่างประเทศ นายเดวิด เคย์ บุคคลที่ประธานาธิบดีบุชให้ไปทำงานค้นหาอาวุธร้ายแรงของอดีตประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซน ไปแถลงปากคำต่อคณะกรรมาธิการชุดหนึ่งของวุฒิสภาสหรัฐว่า “เราผิดพลาดเกือบจะทั้งหมด” นายเดวิด เคย์ ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมงานสำรวจเพื่อหาอาวุธร้ายแรงในอิรัค ใช้เวลาหลายเดือนทำงาน ที่ได้รับมอบหมายไป ประสบความล้มเหลว และลงความเห็นว่า คงจะไม่พบอะไรที่นั่น

ประธานาธิบดีบุชกล่าวไว้ในคำปราศัยต่อรัฐสภาเมื่อเดือนมกราคมปีที่แล้วว่า อิรัคมีวัสดุ สำหรับการผลิตสารพิษซาริน แก๊สพิษมัสตาร์ดและวีเอกซ์ มากถึง 500 ตัน และกำลังหาทางที่จะผลิต อาวุธนิวเคลียร์ และรัฐมนตรีโคลิน เพาเวิลของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐนำข้อมูลไปแถลงต่อ ที่ประชุมองค์การสหประชาชาติกล่าวหาอิรัค รายงานของนายเดวิด เคย์ระบุอย่างแน่นอนว่า ไม่พบ หลักฐานเหล่านั้น ซึ่งขัดกับความเชื่อมั่นของรัฐบาลสหรัฐที่ว่า อิรัคมีอาวุธร้ายแรง และเป็นเหตุผล สำคัญที่สหรัฐทำสงครามกับอิรัค

นายเดวิด เคย์ชี้แนะว่า ข้อมูลข่าวกรองที่รัฐบาลสหรัฐได้รับจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะองค์การข่าวกรองกลาง หรือ ซีไอเอนั้น มีความผิดพลาดมาก และสนับสนุนคำเรียกร้อง ให้มีการตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมาวิเคราะห์ความผิดพลาดนั้น นายเดวิด เคย์กล่าวไว้ด้วยว่า เขาได้การสนทนากับนักวิเคราะห์ข่าวกรองหลายต่อหลายคน และไม่เชื่อว่า คนเหล่านี้ถูกความ กดดันทางการเมืองให้บิดเบือนข่าวกรอง ซึ่งประเด็นนี้ เป็นเรื่องที่มีการกล่าวหาทั้งในสหรัฐและอังกฤษ

ประธานาธิบดีบุชประกาศตั้งคณะกรรมการซึ่งมาจากทั้งพรรครีพับลิกันและเดโมแครทขึ้นมา พิจารณาเรื่องนี้แล้ว ส่วนนายกรัฐมนตรีโทนี่ แบลร์ของอังกฤษกล่าวว่าจะทำเช่นนั้นเหมือนกัน เรื่องนี้ จะเป็นประเด็นในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปลายปีนี้อย่างแน่นอน แต่ที่สำคัญกว่านั้น ก็คือ การตรวจ สอบหลักฐานในเรื่องนี้อย่างละเอียดรอบคอบ และอย่างเป็นอิสระ โดยคณะบุคคลซึ่งเป็นที่เชื่อถือใน สองประเด็น กล่าวคือความผิดพลาดในเรื่องข่าวกรอง และบทบาทของรัฐบาลชุดประธานาธิบดีบุช ในการเลือกเน้นข้อมูลส่วนใดส่วนหนึ่งจากข้อเท็จจริงทัั้งชุดที่มีความสลับซับซ้อน ซึ่งนักวิจารณ์ให้ ความเห็น ว่า จะช่วยฟื้นฟูความน่าเชื่อถือให้กับสหรัฐในสายตาของประชาชนของตนเองและของ โลกได้ คณะกรรมการชุดนี้มีเวลาทำงานนานกว่าหนึ่งปี ซึ่งหมายความว่าจะไม่ทราบผลจนกว่าการ เลือกตั้งประธานาธิบดีจะเสร็จเรียบร้อยแล้ว

นิตยา มาพึ่งพงศ์
VOA ภาคภาษาไทย Washington

XS
SM
MD
LG