ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

มาตรการใหม่สำหรับผู้เดินทางเข้าอเมริกา<br>The U.S. to Track its Foreign Visitors - 2004-01-16


มาตรการใหม่สำหรับผู้เดินทางเข้าอเมริกา

โครงการ US VISIT ซึ่งย่อมาจาก UNITED STATES VISITOR AND IMMIGRANT STATUS INDICATOR TECHNOLOGY หรือ เทคโนโลยีสำหรับระบุสถานภาพนักเดินทางและผู้อพยพเข้าสหรัฐ เป็นมาตรการใหม่ที่ทางการสหรัฐนำมาใช้กับนักเดินทางชาวต่างชาติโดยเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2547 นี้เป็นต้นไป เจ้าหน้าที่ศุลกากรและเจ้าหน้าที่รักษาชายแดนของสหรัฐจะพิมพ์นิ้วมือ ซึ่งจะเป็นนิ้วชี้ข้างซ้ายและขวา และถ่ายรูปนักเดินทางเข้าสหรัฐ โดยใช้ระบบดิจิทัล ข้อมูลที่จัดเก็บมานี้จะถูกนำไปเปรียบเทียบในทันทีกับฐานข้อมูลทางด้านความมั่นคงและบัญชีรายชื่อและข้อมูลสำหรับผู้ที่ทางการกำลังจับตาดูอยู่ ถ้าไม่มีข้อมูลดังกล่าวปรากฏอยู่แล้วในฐานข้อมูลและบัญชีรายชื่อผู้ที่ทางการกำลังจับตาดู นักเดินทางก็จะเข้าสหรัฐได้ โดยไม่มีปัญหาแต่อย่างใด แต่ถ้ามีคำเตือนปรากฏขึ้นมา นักเดินทางผู้นั้นจะไม่ถูกส่งตัวออกโดยอัตโนมัติ แต่จะถูกเจ้าหน้าที่สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

รัฐมนตรีทอม ริดจ์ ของกระทรวงการรักษาความปลอดภัยภายในประเทศ หรือ Homeland Security ของสหรัฐกล่าวว่า โครงการนำร่องที่ทดลองทำกันที่ท่าอากาศยานนครแอตแลนต้าแสดงให้เห็นแล้วว่า การตรวจสอบกับฐานข้อมูลและบัญชีรายชื่อดังกล่าว เพิ่มเวลาที่นักเดินทางจะต้องอยู่ที่ท่าอากาศยานเพียง 15 วินาทีเท่านั้น รัฐมนตรีกระทรวงการรักษาความมั่นคงภายในประเทศของสหรัฐกล่าวไว้ด้วยว่า ผู้ที่จะได้เห็นหรือใช้ข้อมูลที่จัดเก็บไว้นี้ จะเป็นผู้ที่ได้รับอำนาจมอบหมายมาโดยตรงเท่านั้น นักเดินทางที่ได้รับการยกเว้น ไม่ต้องถูกพิมพ์นิ้วมือและถ่ายรูปที่ท่าอากาศยาน 115 แห่ง หรือที่ท่าเรือใหญ่อีก 14 แห่ง คือพลเมืองอเมริกัน ผู้ที่มีใบเขียวหรือผู้ที่ได้รับวีซ่าอพยพเข้าสหรัฐ และนักเดินทางที่เป็นพลเมืองของประเทศต่างๆ 28 ประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศในยุโรป และบางประเทศในเอเชีย ซึ่งรวมถึงออสเตรเลีย ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ และบรูไน คนในประเทศเหล่านี้สามารถเดินทางเข้าสหรัฐได้โดยไม่ต้องมีวีซ่า ถ้าอยู่ในสหรัฐน้อยกว่า 90 วัน

ในแต่ละปี มีนักเดินทางเข้าสหรัฐราวๆ 24 ล้านคน และทางการสหรัฐยอมรับว่ามีปัญหาในการติดตามตรวจสอบผู้ที่เดินทางเข้าสหรัฐ ว่าอยู่เกินกำหนดวีซ่าหรือไม่ การประเมินการทางสถิติระบุว่า จำนวนผู้ที่อยู่เกินกำหนดวีซ่านั้นมีมากเท่ากับหนึ่งในสามของจำนวนผู้ที่อยู่ในสหรัฐอย่างผิดกฎหมาย ทางการสหรัฐคาดว่าเวลานี้มีผู้อยู่ในประเทศอย่างผิดกฎหมาย หรือที่คนไทยเราเคยเรียกว่า รอบิน ฮู๊ด ประมาณสิบล้านคน และทางการสหรัฐตั้งเป้าหมายสำหรับการใช้ระบบ US VISIT ไว้ว่าจะช่วยลดจำนวนรอบิน ฮู๊ด ลง พร้อมๆกับเป็นการสกัดกั้นไม่ให้ผู้ก่อการร้ายเข้าประเทศได้ด้วย

ผู้ที่คัดค้านมาตรการใหม่นี้ ให้เหตุผลว่า จะทำให้การเดินทางเข้าสหรัฐต้องใช้เวลามากขึ้น และจะไม่ได้ผลในการสกัดกั้นการเดินทางเข้าประเทศของผู้ก่อการร้าย ถ้าคนๆนั้น ไม่เคยถูกพิมพ์นิ้วมือหรือถ่ายรูปไว้ หรือถ้าผู้ก่อการร้ายอยู่ในสหรัฐเรียบร้อยก่อนหน้านี้แล้ว เจ้าหน้าที่ของกระทรวงการรักษาความมั่นคงภายในประเทศ ตอบโต้ว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวซึ่งวิตกกังวลว่าจะทำให้นักท่องเที่ยวไม่อยากเดินทางไปสหรัฐนั้น ควรจะยินดีที่มีการรักษาความปลอดภัยมากขึ้น สำหรับเป้าหมายที่จะลดจำนวนผู้ที่อยู่ในประเทศอย่างผิดกฎหมายนั้น ทางกระทรวงจะเริ่มใช้ระบบเดียวกันกับผู้ที่เดินทางออกนอกประเทศภายในสิ้นปีนี้ เพื่อเป็นการตรวจสอบว่ามีใครบ้างที่อยู่เกินกำหนดเวลาในวีซ่า

เท่าที่ปรากฏ บราซิลเป็นประเทศเดียวที่มีปฏิกิริยาตอบโต้ต่อมาตรการใหม่นี้ ตำรวจบราซิลเริ่มพิมพ์นิ้วมือ และถ่ายรูปคนอเมริกันที่เดินทางเข้าประเทศในสัปดาห์ที่แล้ว เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของทางการตำรวจบราซิลกล่าวว่า ในตอนแรก นักเดินทางชาวอเมริกันส่วนใหญ่ไม่พอใจที่ถูกพิมพ์นิ้วมือและถูกถ่ายรูป แต่คนเหล่านั้นมีความเห็นอกเห็นใจมากขึ้นเมื่อได้รับการบอกเล่าว่า ชาวบราซิลที่เดินทางเข้าสหรัฐต้องผ่านกระบวนการอย่างเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศของบราซิลยังได้เรียกร้องให้สหรัฐถอดชื่อประเทศของตนออกจากบัญชีรายชื่อประเทศที่ต้องผ่านการตรวจสอบแล้วด้วย

ส่วนการตรวจสอบนักเดินทางที่จะเข้าไปในสหรัฐโดยทางบกนั้น จะค่อยๆเริ่มนำมาใช้ในช่วงระหว่างปี 2548 และ 2549

นิตยา มาพึ่งพงศ์
VOA ภาคภาษาไทย วอชิงตัน

XS
SM
MD
LG