ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

APEC-Jews-Malaysia - 2003-12-24


เอเปค - ยิว - มาเลย์เซีย

ข่าวการประชุมสุดยอดของภาคีเอเปค หรือที่ประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจของประเทศในภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิคเป็นข่าวสำคัญในสัปดาห์นี้ แต่ข่าวที่เป็นข่าวนำสำหรับสื่อต่างประเทศที่มาทำข่าวเอเปคอยู่ในกรุงเทพมหานคร คือการพบนอกที่ประชุมระหว่างนายกรัฐมนตรีมหาธีร์ โมฮัมหมัดของมาเลย์เซียกับประธานาธิบดีจอร์ช ดับเบิลยู บุชของสหรัฐ

รายงานข่าวซึ่งอ้างคำแถลงของโฆษกทำเนียบไว้ท์ เฮ้าส์กล่าวว่า ประธานาธิบดีบุชบอกกับผู้นำของมาเลย์เซียในช่วงพักระหว่างการประชุมว่า คำปราศรัยของนายก-รัฐมนตรีมหาธีร์ โมฮัมหมัดต่อที่ประชุมกลุ่มประเทศอิสลามที่มาเลย์เซียในสัปดาห์ที่แล้วขัดต่อความเชื่อของประธานาธิบดีบุช เป็นคำพูดที่ไม่ถูกต้องและก่อให้เกิดความแตกแยก รายงานข่าวไม่ได้บอกไว้ด้วยว่านายกรัฐมนตรีของมาเลย์เซียกล่าวตอบประธานาธิบดีบุชว่าอย่างไร แต่ท้าวความถึงคำพูดของนายกรัฐมนตรีมหาธีร์ โมฮัมหมัดต่อที่ประชุมกลุ่มประเทศอิสลามที่ว่า “คนยิวปกครองโลกโดยมีตัวแทนทำงานให้ คนพวกนี้ให้คนอื่นต่อสู้และตายแทนพวกตน” สำนักข่าวเอพีกล่าวต่อไปว่า จุดใหญ่ใจความของคำปราศรัยของนายกรัฐมนตรีมาเลย์เซียต่อที่ประชุมประเทศอิสลามนั้นมีอยู่ว่า คนมุสลิมหนึ่งพันสามร้อยล้านคนในโลกตามไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมคนยิวเพียงสองสามล้านคน จึงควรที่จะเลิกก่อความรุนแรง คิดถึงเรื่องความสามัคคีให้มากขึ้น และมีการศึกษาที่ดีขึ้นเพื่อจะได้ปกป้องผลประโยชน์ของตนเองได้อย่างสันติ รายงานข่าวกล่าวว่า ที่ประชุมประเทศอิสลามชื่นชมในคำปราศรัยที่ว่านี้เป็นอย่างยิ่ง และผู้นำประเทศอิสลามหลายคนให้ความเห็นว่าเป็นคำพูดที่สะท้อนสถานการณ์ในโลกชาวมุสลิมอย่างถูกต้อง และไม่ได้ต่อต้านว่าร้ายคนยิว

แต่ปฏิกิริยาจากสหรัฐ ออสเตรเลีย และสหภาพยุโรปแตกต่างไปจากนี้ ดร.คอนโดลีซ่า ไรซ์ ที่ปรึกษาทางด้านความมั่นคงของประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวที่กรุงเทพมหานครว่า คำพูดของนายกรัฐมนตรีมหาธีร์ โมฮัมหมัดแสดงความรังเกียจเดียดฉันท์และรุนแรง แต่ไม่ใช่ความคิดเห็นของชาวมุสลิมส่วนใหญ่ รัฐมนตรีโคลิน เพาเวิลของกระทรวงการต่างประเทศพบหารือกับรัฐมนตรีซายิด ฮามิด อัลบาร์ของกระทรวงการต่างประเทศ มาเลย์เซียเกี่ยวกับเรื่องนี้ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศมาเลย์เซียบอกกับผู้สื่อข่าวว่า ได้อธิบายให้รัฐมนตรีเพาเวิลเข้าใจว่าจะต้องดูคำปราศรัยที่ว่านี้โดยรวม เพราะเป็นคำปราศรัยที่ตำหนิคนมุสลิมมากกว่า และนับว่านายกรัฐมนตรีมหาธีร์เสี่ยงมากที่พูดวิพากษ์วิจารณ์คนมุสลิมเช่นนี้ ส่วนรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐไม่มีถ้อยแถลงใดๆเกี่ยวกับเรื่องนี้ ตามรายงานข่าวเอพี นายกรัฐมนตรีมหาธีร์ยืนยันว่า ถ้อยคำส่วนที่เกี่ยวกับคนยิวนั้น เป็น “การกล่าวข้อเท็จจริง” และใครก็ตามที่ต้องการจะมัดปากไม่ให้พูด เป็นปรปักษ์ต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น

นิตยา มาพึ่งพงศ์
วีโอเอ วอชิงตัน

XS
SM
MD
LG