ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

Human Trafficking-Global Slavery is Alive and Well - 2003-12-24


การค้ามนุษย์…อีกครั้งหนึ่ง

สำนักงานกองทุนประชากรขององค์การสหประชาชาติประมาณว่า ในแต่ละปี มีผู้หญิงระหว่าง 7 แสนคนถึง 1 ล้านคนที่ถูกลักลอบพาข้ามพรมแดนไปด้วยเหตุผลต่างๆกัน และถ้ารวมการลักลอบค้ามนุษย์ภายในประเทศทั่วโลกด้วยแล้ว ตัวเลขนี้ อาจเพิ่มสูงขึ้นไปเป็นราวๆ 4 ล้านคนต่อปี กองทุนประชากรระบุไว้ด้วยว่า มีการค้ามนุษย์มากที่สุดในเอเชียเมื่อเปรียบเทียบกับส่วนอื่นๆในโลก เมื่อเร็วๆนี้ คณะกรรมการยุโรปรายงานว่า มีการค้าผู้หญิงชาวยุโรปตะวันออกเพิ่มมากขึ้น โดยประมาณตัวเลขไว้ราวๆ 5 แสนคนที่ถูกบังคับให้ไปทำงานค้าประเวณี

ในคำปราศรัยของประธานาธิบดีจอร์ช ดับเบิลยู บุช ต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่เมื่อต้นเดือนกันยายน ประธานาธิบดีสหรัฐตั้งข้อสังเกตไว้ว่า สหรัฐมีส่วนทำให้ปัญหาการค้ามนุษย์ร้ายแรงขึ้น โดยการเป็นตลาดสำหรับการค้าดังกล่าว รายงานของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐระบุไว้ว่า มีผู้ถูกลักลอบนำเข้าไปในสหรัฐด้วยเหตุผลต่างๆ ซึ่งรวมทั้งการค้าประเวณี และการบังคับใช้แรงงานเยี่ยงทาสปีละเกือบสองหมื่นคน ในขณะที่รายงานขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งอ้างตัวเลขของซีไอเอ หรือองค์การข่าวกรองกลางสหรัฐ กล่าวว่า มีผู้หญิงและเด็กราวๆ 5 หมื่นคนที่ถูกลักลอบพาเข้าสหรัฐ และแม้จะเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่า ปัญหารากเหง้าของการค้ามนุษย์คือความยากจนและความไม่เท่าเทียมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความไม่เท่าเทียมกันระหว่างเพศ การแก้ปัญหานี้ให้ตรงจุดและได้ผล จะต้องใช้เวลานาน ทรัพยากรจำนวนมหาศาล และเจตนารมณ์ทั้งทางการเมืองและสังคม

เครื่องมือสำคัญอันหนึ่งในสหรัฐสำหรับการต่อสู้กับการค้ามนุษย์ ซึ่งทางการสหรัฐระบุว่าเป็นช่องทางทำรายได้ให้กับองค์กรอาชญากรรม และเป็นแหล่งรายได้ที่ช่วยสนับสนุนการซื้อหาอาวุธให้กับผู้ก่อการร้าย คือการมีกฎหมายเพื่อจัดการกับปัญหานี้โดยเฉพาะ เมื่อปีค.ศ. 2000 ประธานาธิบดีบิล คลินตั้น ลงนามในกฎหมายต่อต้านการค้ามนุษย์ ซึ่งกำหนดมาตรการลงโทษทางเศรษฐกิจต่อประเทศที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐประเมินว่า ทำงานก้าวหน้าไปได้ไม่เพียงพอในการลดการค้ามนุษย์ การให้การศึกษาและการปรักปรำดำเนินคดีผู้กระทำผิด เมื่อต้นเดือนกันยายน ประธานาธิบดีบุชมีคำสั่งให้ดำเนินมาตรการลงโทษตามกฎหมายฉบับนี้เป็นครั้งแรกต่อเมี้ยนม่าหรือพม่า คิวบา และเกาหลีเหนือ เมื่อต้นเดือนเมษายน ปีนี้ รัฐสภาสหรัฐออกกฎหมายเรียกชื่อว่า PROTECT ซึ่งย่อมาจาก Prosecuting Remedies and Tools against the Exploitation of Children Today Act of 2003 กฎหมายฉบับนี้ให้เขี้ยวเล็บเพิ่มขึ้นแก่ผู้รักษากฎหมายและอัยการในการต่อสู้การค้าและการหาประโยชน์ทางเพศจากผู้เยาว์ องค์การ World Vision ซึ่งทำงานช่วยเหลือผู้เยาว์และครอบครัวในเกือบ 100 ประเทศทั่วโลก ระบุว่า มีเด็กนับล้านๆคนในประเทศอย่างเช่น กัมพูชา คอสตา ริก้า ประเทศไทย อินเดีย และในสหรัฐเองที่ถูกนำตัวไปค้าประเวณี หรือถ่ายทำภาพยนตร์ลามกอนาจาร PROTECT อนุญาตให้ผู้รักษากฎหมายใช้เครื่องมือทางกฎหมายทั้งหมดที่มีอยู่ รวมทั้งการดักฟังกับผู้กระทำผิดในการก่ออาชญากรรมที่เกี่ยวกับผู้เยาว์ได้ รวมทั้งการไม่จำกัดอายุความสำหรับคดีประเภทนี้อีกต่อไป และที่สำคัญก็คือ ให้ลงโทษคนอเมริกันที่เดินทางไปหาเหยื่อในต่างประเทศ อย่างในกรณีเซกส์ทัวร์ได้ ท้ายที่สุด โทษสำหรับผู้ทำความผิดครั้งแรกเวลานี้ เป็นการจำคุกระหว่าง 15 ถึง 30 ปี และถ้าเป็นความผิดครั้งที่สอง ให้ต้องโทษจำคุกตลอดชีวิต

XS
SM
MD
LG