ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

คนอังกฤษกำลังตื่นเต้นกับผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นเหล้าใหม่ในขวดเก่า


เหล้าใหม่ในขวดเก่าในที่นี้ อยู่ที่โรงกลั่นวิสกี้ St. George's ที่ East Anglia ใน Norfolk ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะอังกฤษ

โรงกลั่นวิสกี้ St George's ผลิตวิสกี้อังกฤษรุ่นแรก ในช่วงกว่าหนึ่งร้อยปีที่ผ่านมา 700 ขวดเมื่อเร็วๆนี้ และขายหมดในสามชั่วโมง

คุณ David Fitt หัวหน้างานการกลั่นวิสกี้ของ St George's บอกว่าคนทั่วไปคิดว่า สก๊อตแลนด์เป็นแห่งเดียวเท่านั้นที่ทำวิสกี้ แต่จริงๆ แล้ว มีคนทำวิสกี้ดีๆ อยู่ทุกหนทุกแห่ง และคุณ David บอกว่า การเปิดโรงงานกลั่นวิสกี้ที่ East Anglia ครั้งนี้ถูกต้องตามหลัก logistics ทุกอย่าง

เขาบอกว่า ที่ East Anglia มีข้าวบาร์ลีย์สำหรับหมักที่ดีที่สุดในโลก พร้อมทั้งน้ำและยีสต์ ซึ่งเป็นส่วนประกอบในการทำวิสกี้

ตามความเป็นจริงแล้ว วิสกี้จากสก๊อตแลนด์ใช้ข้าวบาร์ลีย์จาก East Anglia แต่เพราะว่ากลั่นในสก๊อตแลนด์ จึงเรียกกันว่า Scotch Whiskey

อังกฤษและสก๊อตแลนด์กลั่นเหล้าขายกันมานานแล้ว แต่ในคริสต์ศตวรรษที่ 18 รัฐบาลอังกฤษเก็บภาษีสรรพสามิตสูงมาก จนผู้ผลิตสู้ไม่ไหว หนีลงใต้ดินไปตามๆกัน ในศตวรรษต่อมา พอรัฐบาลเลิกภาษีที่ว่านั้น โรงกลั่นในสก๊อตแลนด์ฟื้นตัวได้ แต่ในอังกฤษทำไม่ได้ โรงกลั่นวิสกี้โรงสุดท้ายในอังกฤษปิดกิจการไปเมื่อปีค.ศ. 1880

ในขณะนี้ มีการผลิตวิสกี้กันทั่วโลก และที่กำลังเป็นที่กล่าวขวัญกันไม่น้อยในเวลานี้ คือวิสกี้จากอินเดีย และตะวันออกไกล โดยเฉพาะญี่ปุ่น

และเพราะว่าการลงทุนเปิดโรงกลั่นเหล้าอย่างนี้ ต้องรออย่างน้อยสามปี เพื่อหมักเหล้าก่อนจะใส่ขวดขายได้ โรงกลั่นจึงหารายได้ในตอนนี้ด้วยการนำเที่ยวโรงกลั่น เปิดการชิมเหล้าประเภทต่างๆ และขายของที่ระลึก ซึ่งรวมทั้งหมวก เสื้อ ขวดใส่เหล้า เหล่านี้เป็นต้น

ลูกค้า คุณ Ben Sloane บอกว่าได้ชิมเหล้าอย่างอื่น แต่ยังไม่ได้ชิมวิสกี้ และพลาดซื้อวิสกี้รุ่นแรกที่ออกมา กำลังจ้องจะซื้อรุ่นที่สองให้ได้สักขวด

ส่วนคุณ Alex Huskinson ผู้ช่วยผู้จัดการร้านขายเหล้า Whiskey Exchange บอกว่า คว้ารุ่นแรกมาได้ขวดหนึ่ง และจะเก็บไว้สักหกเจ็ดปี ค่อยขาย ถือว่าเป็นการลงทุน เพราะตามความเห็นของนักค้าวิสกี้ผู้นี้ วิสกี้ดีๆ อย่างพวก single malt นี่ต้องรอสักแปดถึงสิบปีขึ้นไป จึงจะหอมหวานเหมือนกระดังงาลนไฟ


XS
SM
MD
LG