ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

โครงการรณรงค์เรียกเก็บภาษีบรรดาธนาคาร เพื่อนำเงินไปใช้พัมนาชุมชน


ในขณะที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันว่า ธนาคารใหญ่ๆ ในสหรัฐและในยุโรปนั้น คือตัวการสำคัญ ที่ทำให้เกิดวิกฤตการณ์การเงินโลกในช่วงที่ผ่านมา จนทำให้รัฐบาลต้องใช้เงินภาษีของประชาชน มาช่วยเหลือกอบกู้สถานะการเงินของธนาคารขนาดใหญ่เหล่านั้น

แต่ที่อังกฤษ องค์กรการกุศลกลุ่มหนึ่ง กำลังร่วมมือกับบุคคลที่มีชื่อเสียง จัดตั้งโครงการรณรงค์ให้มีมาตรการเรียกเก็บภาษีบรรดาธนาคาร เพื่อนำเงินกลับไปใช้พัฒนาชุมชน ช่วยเหลือคนยากจน และต่อสู้ปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเรียกชื่อภาษีแบบใหม่นี้ว่า Robin Hood Tax

ปล้นคนรวยช่วยคนจน คือคำขวัญที่คงจะทำให้หลายๆ คนนึกไปถึงวีรบุรุษผู้หนึ่งของชาวอังกฤษ Robin Hood ซึ่งชื่อนี้ได้ถูกนำไปใช้แทนการต่อสู้ เพื่อคนยากจนในสังคมมาหลายยุคหลายสมัย ล่าสุด

องค์กรการกุศลกลุ่มหนึ่ง กำลังร่วมมือกับบุคคลที่มีชื่อเสียง จัดตั้งโครงการรณรงค์ใช้มาตรการเก็บภาษี 0.05% สำหรับการทำธุรกรรมการเงินระหว่างธนาคารต่างๆ เพื่อนำเงินไปช่วยเหลือคนยากจน ภายใต้ชื่อ Robin Hood Tax

คุณ Max Lawsom แห่งกลุ่มผู้สนับสนุนด้านมนุษยธรรม Oxfam กล่าวว่า ทุกวันนี้ มีเงินมูลค่าหลายล้านล้านดอลล่าร์ ถ่ายโอนเปลี่ยนมือกันระหว่างธนาคารต่างๆ สิ่งที่ทางกลุ่มต้องการคือเศษเสี้ยวเล็กๆ เพียง 0.05% ของเงินจำนวนนั้น ซึ่งอาจมีมูลค่ารวมหลายแสนล้านดอลล่าร์ เพื่อนำไปช่วยเหลือคนตกงานในประเทศพัฒนาแล้ว คนยากจนในประเทศกำลังพัฒนา และผู้ที่ประสบปัญหาแสนสาหัสจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก

อย่างไรก็ตาม แนวคิดนี้ ถูกต่อต้านและวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากธนาคารต่างๆ

คุณ Brian Mairs โฆษกสมาคมการธนาคารอังกฤษ ระบุว่าภาษี Robin Hood นั้น ใช้ไม่ได้ผลในโลกความเป็นจริง โดยเฉพาะในช่วงที่มีความขัดแย้ง เรื่องข้อตกลงการค้าเช่นนี้ และในขณะที่กำลังมีสงครามข้ามประเทศ แนวคิดการเก็บภาษีอัตราเดียว สำหรับทุกประเทศทั่วโลกนั้น เป็นสิ่งที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน

และจากการสอบถามผู้ที่ทำงาน ในแวดวงการเงินการธนาคาร แม้บางคนจะคิดว่ามาตรการเก็บภาษีคนรวย ไปช่วยคนจนนี้เป็นความคิดที่เข้าท่า แต่คงจะไม่ได้ผลเนื่องจากซับซ้อน และเอาเปรียบธนาคารต่างมากเกินไป

ถึงกระนั้นก็ดี คุณ Jonathan Tench เจ้าหน้าที่กลุ่ม Oxfam บอกว่าในเว็บไซต์เครือข่ายสังคมต่างๆ เช่น Twitter และFacebook มีผู้ลงชื่อสนับสนุนภาษี Robin Hood มากมายหลายพันคน และทางกลุ่มจะพยายามใช้ชุมชนออนไลน์นี้ เป็นเครื่องมือกดดัน บรรดาผู้นำโลกให้เห็นดีเห็นงามด้วย

แม้จะเกิดวิกฤตการเงินโลกในช่วงที่ผ่านมา แต่ธนาคารต่างๆ ในอังกฤษพากันรายงานผลกำไรที่สวยหรู และยังมีแผนให้เงินโบนัสก้อนใหญ่ แก่ผู้บริหารธนาคาร เหตุการณ์ดังกล่าว ยิ่งเป็นเสมือนการราดน้ำมัน ลงไปในเพลิงโทสะของประชาชน และทำให้หลายคนเชื่อว่า จะยิ่งเพิ่มแรงสนับสนุนให้แก่โครงการณรงค์เก็บภาษี Robin Hood เพื่อช่วยเหลือคนจน และต่อสู่กับปัญหาสิ่งแวดล้อมได้มากยิ่งขึ้น


XS
SM
MD
LG