ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

ปัญหาด้านอุตสาหกรรมรถยนต์ในสหรัฐ ส่งผลกระทบต่อทั่วโลกอย่างไรบ้าง?


อุตสาหกรรมรถยนต์สหรัฐฯ กำลังดิ้นรนเพื่ออยู่รอดจากปัญหาสินเชื่อตึงตัว และเศรษฐกิจซบเซาซึ่งส่งผลไปถึงยอดขายรถยนต์นั่งและรถบรรทุก รัฐสภาสหรัฐเลื่อนการตัดสินใจช่วยเหลือบริษัทรถยนต์กลุ่มบิ๊กทรี

นักเศรษฐศาสตร์ ผู้นำธุรกิจและเจ้าหน้าที่ เตือนว่า ความเฉื่อยชาในการช่วยเหลือจะสร้างความเสียหายให้แก่อุตสาหกรรมนี้ในสหรัฐฯและจะลุกลามไปทั่วโลก

กระแสความวิตกว่าอุตสาหกรรมรถยนต์ของสหรัฐ จะล้มพังลงมีเพิ่มขึ้นในอเมริกา แต่นักวิเคราะห์ในกรุงวอชิงตัน กล่าวว่า มีเหตุผลที่ทั่วโลกควรวิตกเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน ถ้าบริษัทรถยนต์แห่งใดแห่งหนึ่งในกลุ่ม “บิ๊กทรี” ซึ่งประกอบด้วยเจเนอรัล มอเตอร์ ไครส์เลอร์ และฟอร์ด ต้องพังครืน

นักวิเคราะห์ของศูนย์วิจัยรถยนต์ในสหรัฐฯ บอกว่า หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ก็จะสร้างความเสียหายให้แก่เศรษฐกิจสหรัฐฯ หลายพันล้านดอลลาร์ และจะขยายวงไปไกลกว่าที่เกิดกับศูนย์ผลิตรถยนต์ในนครดีทรอยท์

คุณเคนท์ ฮิวจ์ แห่งศูนย์วู้ดโรว์ วิลสัน กรุงวอชิงตัน เชื่อว่า ความเสียหายจะเกิดขึ้นทั่วประเทศ ส่งผลกระทบไปถึงชุมชนทั้งเล็กและใหญ่ในหลายรัฐ และจะมีผลไปถึงความต้องการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศลดลง ทำให้เศรษฐกิจของประเทศต่างๆ อ่อนแอตามไปด้วย

ขณะที่รัฐมนตรีกระทรวงการคลังญี่ปุ่น โชอิจิ นาคากาวะ เห็นด้วยว่าปัญหาจะลุกลามเป็นวงกว้าง หากบริษัทรถยนต์แห่งใดแห่งหนึ่งในกลุ่มบิ๊กทรีล้มลง

คุณโชอิจิ บอกว่า อุตสาหกรรมรถยนต์มีการจ้างงานอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีกมาก ดังนั้นผลกระทบจึงไม่ได้เกิดกับบริษัทเพียงแห่งเดียว แต่จะกว้างขวางมาก ไม่แต่เฉพาะในอเมริกาแต่ไกลไปถึงยุโรปและญี่ปุ่นด้วย

ทั้งนี้ผลกระทบมีไปถึงบริษัท “BASF” ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์รายใหญ่ที่สุดในโลกแล้ว โดยประกาศพักการดำเนินงานในโรงงาน 80 แห่ง ซึ่งกระทบต่อพนักงาน 20,000 คน คุณเจอร์เก้น ฮัมเบรช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของBASF กล่าวว่า ถ้าสถานการณ์เศรษฐกิจยังไม่ดีขึ้น จะมีพนักงานจำนวนมากขึ้นที่เสี่ยงตกงาน ทางด้านคุณเจสซี่ โทแปรค แห่งเอ็ดมันด์ ดอท คอม เว็บไซด์ที่ศึกษาอุตสาหกรรมรถยนต์ กล่าวว่า บริษัทขนาดเล็กและในท้องถิ่นที่ผลิตสินค้าป้อนบริษัทรถยนต์ก็จะได้รับผลกระทบเช่นกัน แต่ปัญหาที่เกิดกับบริษัทรถยนต์ของสหรัฐฯ อาจไม่ใช่ข่าวร้ายของบริษัทคู่แข่ง

คุณเจสซี่ กล่าวว่า ข่าวดีก็คือเมื่อใดมีข่าวบริษัทแห่งหนึ่งเกิดปัญหา ก็มักจะทำให้บริษัทคู่แข่งมีโอกาสมากขึ้นที่ จะได้ส่วนแบ่งตลาดและสร้างความเติบโต แต่ข่าวร้ายก็คือยังไม่มีบริษัทแห่งใดที่มีภูมิต้านทานความอ่อนแอของตลาดรถยนต์ในขณะนี้

นอกจากสถานการณ์ที่ไม่สู้ดีของบริษัทรถยนต์สหรัฐฯ จะสร้างความวิตกกังวลไปถึงเจ้าหน้าที่ยุโรปและเอเชียแล้ว ประชาชนทั่วไปก็มีความวิตกกังวลบ้างแล้ว

คนขับแท็กซี่ในจีนท่านนี้ บอกว่า บริษัทรถยนต์ของสหรัฐมีอิทธิพลไปทั่วโลก ถ้าบริษัทมีปัญหาก็จะส่งผลไปถึงทุกคน

แต่ก็มีบางคน เห็นว่า บริษัทรถยนต์ของสหรัฐฯ จะต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อประสบความสำเร็จ เช่น เริ่มผลิตรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย

XS
SM
MD
LG