ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

ผลสำรวจความคิดเห็น เกี่ยวกับเหตุการณ์ผู้ก่อการร้ายโจมตีสหรัฐ


หลังจากเกิดเหตุการณ์ร้ายโจมตีในสหรัฐ ซึ่งทำให้คนเสียชีวิตไปสองสามพันรายแล้วเจ็ดปี ผลของการสำรวจทัศนะของประชสชนในโลกครั้งใหม่ แสดงว่าคนจำนวนมากไม่เชื่อว่าการโจมตีเหล่านั้น เกิดจากน้ำมือของข่ายงานก่อการร้ายอัล-ไคด้า

องค์กรอิสระ WorldPublicOpinion.org ซึ่งตั้งอยู่ในสหรัฐสอบถามความเห็นของประชาชนใน 17 ประเทศ จำนวน 16,000 คน ว่าพวกเขาคิดว่าใครรับผิดชอบเรื่องการโจมตีที่นครนิวยอร์ค และที่กรุงวอชิงตันเมื่อวันที่ 11 กันยายน ปี 2544 ผู้ที่ตอบคำถามในแค่ 9 ประเทศจากทั้งหมด 17 ประเทศ ที่ส่วนใหญ่คิดว่าข่ายงานก่อการร้ายอัล-ไคด้า คือตัวการที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีที่นครนิวยอร์ค และที่กรุงวอชิงตัน ข้อเท็จจริงที่ได้มานี้ทำให้ผู้อำนวยการขององค์กร WorldPublicOpinion.org สตีเว่น คัล ประหลาดใจมาก

เขากล่าวว่า เรื่องนั้นน่าตื่นตะลึงมาก เมื่อคำนึงถึงเรื่องที่ว่า แม้แต่นายบินลาเดนเอง ก็เคยประกาศอย่างเปิดเผยหลายครั้งว่าข่ายงานก่อการร้ายอัล-ไคด้า คือตัวการที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีเมื่อวันที่ 11 กันยายน

โดยเฉลี่ยแล้ว ผู้ที่ตอบคำถามในแต่ละประเทศร้อยละ 46 โทษข่ายงานก่อการร้ายอัล-ไคด้าว่าเกี่ยวโยงกับการโจมตีที่นครนิวยอร์ค และที่กรุงวอชิงตัน ถ้าไม่ใช่ข่ายงานก่อการร้ายอัลไคด้าเป็นคนทำ แล้วใครที่เป็นคนทำ?

คุณสตีเว่น คัลกล่าวว่า เฉลี่ยแล้วผู้ที่ตอบคำถามร้อยละ 15 คิดว่ารัฐบาลอเมริกันเป็นคนวางแผนลับ

เขากล่าวว่าในตุรกี ซึ่งเป็นพันธมิตรรายหนึ่งของอเมริกา คนร้อยละ 36 มีทัศนะเช่นนั้น คนร้อยละ 27 ในดินเเดนของชาวปาเลสไตน์ และคนร้อยละ 30 ในเม็กซิโก มีทัศนะแบบเดียวกัน เขากล่าวด้วยว่า ที่น่าประหลาดใจมากที่สุดเห็นจะได้แก่เยอรมนี ซึ่งคนเยอรมันร้อยละ 23 มีทัศนะว่าสหรัฐเป็นตัวการอยู่เบื้องหลังการโจมตีเมื่อวันที่ 11 เดือนกันยายน

คุณสตีเว่นกล่าวต่อไปว่า ในหมู่ผู้ที่คิดว่าสหรัฐเป็นตัวการอยู่เบื้องหลังนั้น หลายต่อหลายคนเชื่อมั่นว่าการโจมตีเป็นการพยายาม ทำให้เห็นว่าการบุกอิรัคโดยสหรัฐ ซึ่งใกล้จะเกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องที่ชอบด้วยเหตุผล

ผู้ตอบคำถามร้อยละ 7 โทษอิสราเอลว่าเป็นคนโจมตีเมื่อวันที่ 11 กันยายน ส่วนผู้ที่ตอบคำถามทุก 1 ใน 4 คนบอกว่าไม่ทราบว่าใครรับผิดชอบเรื่องนั้น

คนในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เป็นชาวมุสลิมมีแนวโน้มที่จะบอกผู้ทำหน้าที่สอบถามทัศนะว่าพวกตนเชื่อมั่นว่าสหรัฐเป็นผู้วางแผนเกี่ยวกับการโจมตี คุณสตีเว่น คัลกล่าวว่า การที่องค์กรของเขาสอบถามทัศนะมาในระยะหนึ่ง แสดงให้เห็นว่า ชาวมุสลิมเชื่อมั่นว่าการโจมตีเป็นเรื่องขัดศีลธรรม และขัดต่อหลักศาสนาอิสลาม เขาตีความเกี่ยวกับเรื่องการที่ชาวโลก มีความรู้สึกทั้งในแง่บวกและแง่ลบต่อสหรัฐ เกี่ยวกับการโจมตีเมื่อวันที่ 11 กันยายน ปี 2544 นั้นว่าเป็นผลที่เกิดจากความฉงนสงสัยเกี่ยวกับบทบาทของสหรัฐในโลก

คุณสตีเว่น คัล ผู้อำนวยการขององค์กร WorldPublicOpinion.org กล่าวไว้อย่างกว้างๆ ว่า เรื่องข้างต้นนี้บอกให้เราทราบว่ามีคนขาดความไว้วางใจสหรัฐรอบโลก และว่าสิ่งที่น่าตื่นตะลึงก็คือว่า แม้แต่มนหมู่พันธมิตรของสหรัฐเองเสียด้วยซ้ไฃำไป ผู้ที่บอกว่าข่ายงานก่อการร้ายอัล-ไคด้า เป็นตัวการอยู่เบื้องหลังการโจมตีเมื่อวันที่ 11 กันยายนนั้นมีจำนวนไม่เกินร้อยละ 66 เขากล่าวว่า เรื่องที่ว่านี้ เป็นเครื่องชี้บอกอย่างแท้จริง แต่ในแง่หนึ่งนั้น สหรัฐมิได้อยู่ในฐานะที่มั่นคงที่จะแจ้งเรื่องราวของตน และว่าคำพูดของอเมริกาในโลกทุกวันนี้มิได้ทรงพลังเหมือนแต่ก่อนแล้ว

XS
SM
MD
LG