ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

รายงานประจำปีเรื่องสุขภาพของแม่และเด็กทั่วโลก ครั้งที่ 9


รายงานประจำปีเรื่องสุขภาพแม่และเด็กครั้งที่ 9 ของมูลนิธิพิทักษ์เด็กระบุว่า ปัจจุบันมีเด็กทั่วโลกกว่า 200 ล้านคนไม่ได้รับการดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐาน และแต่ละปีมีเด็กอายุต่ำ กว่า 5 ขวบเสียชีวิตราว 10 ล้านคน

ปีนี้มูลนิธิพิทักษ์เด็กจัดอันดับความสามารถในการให้การดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐานแก่เด็กๆ ในประเทศกำลังพัฒนา 55 ประเทศ ประเทศที่ถูกจัดอยู่ในอันดับสูงที่สุดได้แก่ฟิลิปปินส์ เปรู ประเทศในแถบแอฟริกาใต้ และอินโดนีเซีย

คุณแมรี่ เบ็ธ พาวเวอร์ แห่งมูลนิธิพิทักษ์เด็กกล่าวว่า แม้ว่าประเทศเหล่านี้จะให้การบริการ ด้านสุขภาพแก่เด็กๆ อย่างทั่วถึง แต่คนที่ร่ำรวยกว่าในสังคมก็ยังได้รับบริการเหล่านั้นก่อนอยู่ดี

คุณแมรี่กล่าวว่า คนยากจนในเปรูมีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าคนร่ำรวยในประเทศถึง 7 เท่า ดังนั้นจึงต้องเพิ่มความพยายามอีกเป็นเท่าตัว ในการที่จะให้การบริการสุขภาพขั้นพื้นฐานแก่คน ยากคนจน และว่าโรคภัยไข้เจ็บทั่วๆ ไปในหมู่เด็กในประเทศกำลังพัฒนา อย่างเช่นโรคปอดบวม โรคท้องร่วง และโรคหัด สามารถรักษาได้ง่ายๆ และมีราคาไม่แพง อย่างไรก็ตาม ในแต่ละปีบรรดา คุณแม่หลายล้านคนยังคงสูญเสียบุตรของพวกเธอด้วยโรคเหล่านี้ ซึ่งเป็นไปได้ว่าพวกเขาอาจจะไม่ ทราบวิธีรักษา หรือไม่สามารถเข้ารับการรักษาได้

คุณเจซสิก้า แลงจ์ โฆษกหญิงคนใหม่ของมูลนิธิพิทักษ์เด็กกล่าวว่า หัวอกของคนที่เป็นแม่นั้น การสูญเสียลูกเป็นเรื่องที่ไม่สามารถทำใจได้ แต่การที่ต้องสูญเสียลูกด้วยโรคที่สามารถรักษา ได้นั้น ยิ่งน่าเสียใจยิ่งกว่าเป็นร้อยเท่าพันเท่า

เมื่อปีที่แล้ว เจซสิก้า แลงจ์ ดาราคุณแม่ลูกสามได้เดินทางไปเยือนเอธิโอเปีย ซึ่งถูกจัดอยู่ ในลำดับท้ายสุดในการให้บริการสุขภาพขั้นพื้นฐาน 83% ของเด็กเอธิโอเปียไม่ได้รับการบริการ สุขภาพขั้นพื้นฐาน อย่างเช่นการฉีดวัคซีน การให้ยาปฏิชีวนะ และไม่ได้รับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญ ในตอนแรกเกิด

คุณเจซสิก้ากล่าวต่อไปว่า ในเอธิโอเปีย มีมารดาเพียง 6% เท่านั้นที่ได้รับการทำคลอดจาก แพทย์ผู้ชำนาญการ และว่าการคมนาคมในบริเวณที่ห่างไกลนั้นเป็นเรื่องยาก พ่อแม่ต้องเดินกันทั้ง วัน เพื่อจะพาลูกที่ป่วยไปรับการรักษายังศูนย์บริการสุขภาพ

ดังนั้นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของท้องถิ่น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ในการนำการบริการมาสู่ ชาวบ้าน และยังช่วยให้ความรู้แก่มารดาที่การศึกษาน้อยอีกด้วย

คุณแมรี่ เบ็ธ พาวเวอร์ แห่งมูลนิธิพิทักษ์เด็กกล่าวว่า การทราบถึงความแตกต่างระหว่างการ เป็นหวัดอย่างรุนแรง หรือการเป็นโรคปอดบวมนั้น เป็นเรื่องที่จำเป็น พ่อแม่จำนวนมากที่การศึกษา น้อย จึงไม่ทราบถึงความแตกต่างเหล่านี้ ดังนั้นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจึงต้องให้ความช่วยเหลือใน เรื่องนี้

นอกจากนี้รายงานของมูลนิธิพิทักษ์เด็กยังเปรียบเทียบความเป็นอยู่ของแม่และเด็กใน 146 ประเทศ สวีเดนเป็นประเทศที่อยู่ในอันดับหนึ่ง และไนเจอร์เป็นอันดับสุดท้าย ส่วนสหรัฐอยู่ในอัน ดับที่ 27 การที่สหรัฐถูกจัดอยู่ในอันดับนี้ เป็นเพราะมีคุณแม่หลายคนที่ไม่ได้รับการดูแลสุขภาพ อย่างดีพอในขณะตั้งครรภ์ และในขณะที่ให้กำเนิดบุตร และสหรัฐยังมีอัตราการเสียชีวิตของหญิง มีครรภ์ และเด็ก โดยเฉพาะในชุมชนคนกลุ่มน้อยในอัตราสูง

คุณเจซสิก้า แลงจ์ ทูตของทูลนิธิพิทักษ์เด็กกล่าวว่า การแก้ปัญหาระบบสาธารณสุขของ สหรัฐ เป็นประเด็นสำคัญในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีในปีนี้ เธออยากที่จะให้มีการ บริการด้านสุขภาพแก่คนอเมริกันทุกคน ไม่ว่าจะมีสถานะทางด้านการเงินแบบไหนก็ตาม และเธอหวังด้วยว่าทั้งสหรัฐ และบรรดาประเทศตะวันตกจะสามารถให้ความช่วยเหลือประเทศ กำลังพัฒนาในการรักษาชีวิตเด็กๆ ไว้ให้ได้มากขึ้น

XS
SM
MD
LG