ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

อุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้าพลังงานลมในสหรัฐ


ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ อุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมในสหรัฐก็เติบโตอย่างรวดเร็วจนทำลายสถิติในปี 2007 และในปีนี้ ก็คาดว่าจะเติบโตยิ่งขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย

จากรายงานประจำปีของสถาบันเวิล์ด วอทช์ ซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รายงานว่าขณะนี้สหรัฐกำลังมีพัฒนาการไปสู่การเป็นผู้นำของโลกในด้านการติดตั้งเครื่องผลิตไฟฟ้าพลังงานลม

คุณแรนเดิล สวิชเชอร์ ผู้อำนวยการของสมาคมพลังงานลมอเมริกัน กล่าวว่าปี 2550 เป็นปีแห่งการปฏิวัติอุตสาหกรรมพลังงานของอเมริกา ที่จริงแล้วอุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม ได้เพิ่มขึ้นจนทำลายสถิติมา 3 ปีซ้อนแล้ว แต่ปี 2550 เป็นปีที่ยอดเยี่ยมที่สุด เพราะมีนวัตกรรมใหม่ในการเพิ่มพลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมได้มากถึง 5244 เม็กกะวัตต์ ซึ่งสูงกว่าสถิติที่ผลิตได้มากที่สุด ในปี 2549 2 เท่า

ในปี 2550โรงผลิตไฟฟ้าพลังงานลมหลายต่อหลายแห่งเปิดทำการในสหรัฐ และยังมีอีกหลายแห่งที่วางแผนว่าจะเปิดดำเนินงานต่อไป และเมื่อเดือนที่แล้วนครลอส แอนเจลิส ก็ได้เป็นเมืองบุกเบิกของรัฐแคลิฟอร์เนีย ในการเป็นนครใหญ่ที่สุดในสหรัฐที่มีโรงผลิตไฟฟ้าพลังงานลม

คุณอันโตนิโอ วิลลาไรโกซ่า นายกเทศมนตรีนครลอส แอนเจลิส บอกว่า นี่เป็นจุดเริ่มต้นในการเป็นต้นแบบการผลิตพลังงานสะอาด ซึ่งนครลอส แอนเจลิส ไม่ได้พอใจเพียงแค่การซื้อพลังงานสะอาดมาใช้เท่านั้น แต่ยังต้องการเป็นผู้นำระดับชาติในการผลิตพลังงานสะอาดด้วย

นอกจากนี้นายกเทศมนตรีนครลอส แอนเจลิส ยังเสริมอีกว่า ภายในปี 2553 1 ใน 5 ของพลังงานที่ใช้ในเมืองนี้จะมาจากพลังงานสะอาด โครงการพลังงานลมไพน์ทรีนี้จะสร้างขึ้นที่ทะเลทรายโมฮาวี่ ซึ่งอยู่ห่างออกไปทางเหนือของนครลอสเจลิส ประมาณ 160 กิโลเมตร เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ นครนี้จะมีโรงผลิตไฟฟ้าพลังงานลมที่มีใบพัด 80 ใบ ซึ่งจะสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าให้กับนครได้มากถึง 56,000 ครัวเรือน รัฐแคลิฟอร์เนียเป็นรัฐแรกของสหรัฐที่ผลิตพลังไฟฟ้าจากพลังงานลม และรัฐเท็กซัสจะเป็นรัฐที่สองที่ผลิตเอง เช่นกัน สมาคมพลังงานลมอเมริกันแจ้งว่า ขณะนี้มีกว่า 38 รัฐ แล้วที่ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม และผลิตได้กว่าร้อยละ 1 ของไฟฟ้าทั้งประเทศ และการเติบโตของอุตสาหกรรมพลัง งานลมปีนี้ น่าจะทำลายสถิติปีที่แล้วได้แน่ๆ

XS
SM
MD
LG