ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

เศรษฐกิจจีน ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างไร?


เวลานี้เศรษฐกิจจีนกำลังแรงไม่หยุดฉุดไม่อยู่ขนาดไหน นักวิเคราะห์หลายต่อหลายคนให้ความเห็นว่าการเติบโตอย่างร้อนแรงของเศรษฐกิจจีนกำลังเปลี่ยนแปลงวิถีการค้าทั่วโลก บ้างก็ว่าเศรษฐกิจจีนกำลังจะก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อประเทศที่พัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนา

เวลานี้ทุกคนทราบดีว่าเศรษฐกิจจีนกำลังโตวันโตคืน ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละ 9.5% มาเป็นเวลากว่า 20 ปีติดต่อกันเข้าไปแล้ว รายงานบางชิ้นประเมินว่าเศรษฐกิจของจีนในปัจจุบันใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐ อีกทั้งยังมีเงินตราต่างประเทศสำรองมากที่สุดในโลก รวมทั้งยังเป็นประเทศผู้นำเข้าส่งออกรายใหญ่อันดับ 3 และเป็นประเทศแรกที่ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติมากที่สุด นักวิเคราะห์หลายคนบอกว่าเวลานี้จีนเปรียบเสมือนโรงงานของโลก แต่ละปีโรงงานโลกแห่งนี้มีการจ้างคนงานเพิ่มราว 25 ล้านคน อุปมาเหมือนกับการเกิดประเทศอุตสาหกรรมขนาดย่อมๆ 1 ประเทศขึ้นในโลกทุกๆ ปี

คุณ Michael Schiffer นักเศรษฐศาสตร์จากมูลนิธิสแตนเล่ย์ซึ่งเป็นองค์กรสนับสนุนความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศ กล่าวว่าการเติบโตของจีนทำให้วิถีการค้าและตลาดแรงงานสากลเกิดการเปลี่ยนแปลง

นักเศรษฐศาสตร์ผู้นี้บอกว่าปัจจุบันอเมริกา ญี่ปุ่นและยุโรปต่างหันไปมุ่งผลิตสินค้าทันสมัยที่ใช้เทคโนโลยีระดับสูงและใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะ ในขณะที่สินค้าระดับต่ำลงมาและสินค้าจำพวกอุตสาหกรรมหนักต่างย้ายฐานการผลิตไปที่จีน

ปัจจุบันเศรษฐกิจจีนมีขนาดประมาณ 5% ของเศรษฐกิจโลก แต่จีนกลับมีการใช้ทรัพยากรต่างๆอย่างมหาศาล กล่าวคือในแต่ละปี 20% ของอะลูมิเนียมและทองแดงที่ผลิตได้ทั่วโลกถูกนำเข้าไปสู่ประเทศจีน รวมทั้งแผ่นเหล็ก แร่เหล็กและถ่านหินราว 30% และปูนซีเมนต์อีก 45% คุณ Ronald Mckinnon นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดให้ความเห็นว่า การที่จีนนำเข้าทรัพยากรปริมาณมหาศาลนั้น ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศโดยเฉพาะประเทศแถบอเมริกาใต้อย่างเช่น ชิลี อาร์เจนติน่า บราซิลซึ่งเป็นผู้ส่งออกวัตถุดิบไปยังจีน นอกจากนี้ คุณ Ronald Mckinnon ยังบอกอีกว่าจีนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวิถีปฎิบัติเกี่ยวกับการกู้ยืมเงินระหว่างประเทศ เนื่องจากจีน ยินยอมให้ประเทศกำลังพัฒนาต่างๆกู้เงินโดยไม่มีปัจจัยทางการเมืองเข้ามาแทรก ซึ่งแตกต่างจากการให้กู้ของธนาคารโลก

นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดผู้นี้บอกว่าจีนให้กู้เงินโดยไม่เข้าไปข้องแวะทางการเมืองทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่น เป็นการให้เงินทุนในการสร้างถนน โรงไฟฟ้าและท่าเรือเพื่อขยายแหล่งวัตถุดิบให้แก่จีน นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้หลายประเทศในอัฟริกายอมเปิดรับการลงทุนจากจีนมากกว่าประเทศตะวันตกหลายประเทศ

อย่างไรก็ตาม ประเทศตะวันตกที่ว่า คือทั้งสหรัฐและยุโรปต่างพากันวิจารณ์นโยบายเศรษฐกิจของจีนนะครับ เมื่อช่วงต้นปี รัฐบาลสหรัฐฟ้องร้องต่อองค์การการค้าโลกเกี่ยวกับมาตรการสนับสนุนการส่งออกของรัฐบาลจีนและการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา รวมทั้งประกาศเพิ่มภาษีสินค้านำเข้าจากจีนอีก 10-20% นอกจากนี้ อเมริกายังกดดันจีนให้ปรับค่าเงินหยวน โดยให้เหตุผลว่าเงินหยวนมีค่าต่ำกว่าความเป็นจริง ประกอบกับค่าจ้างแรงงานราคาถูกทำให้จีนได้เปรียบทางการค้าอย่างไม่เป็นธรรม กล่าวคือสินค้าจีนในอเมริกามีราคาถูก ในขณะที่สินค้าสหรัฐที่ส่งออกไปจีนมีราคาแพงกว่า ซึ่งล้วนส่งผลให้สหรัฐขาดดุลการค้ากับจีนมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญบางคนแนะนำว่าที่จริงแล้ว เงินหยวนควรมีค่าเพิ่มขึ้นกว่าปัจจุบันอย่างน้อย 40% ปีที่แล้วสหรัฐเสียเปรียบจีนในด้านดุลการค้าถึง 233,000 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วน 30% ของปริมาณการขาดดุลทั้งหมดของสหรัฐ ทั้งนี้ นอกจากจีนแล้ว นักวิเคราะห์บางคนยังบอกว่าประเทศแถบเอเชียหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวันและสิงคโปร์ต่างใช้มาตรการสนับสนุนการส่งออกด้วยการควบคุมค่าเงินให้ต่ำกว่าความเป็นจริงในลักษณะเดียวกับจีน

อย่างไรก็ตาม ยังมีนักเศรษฐศาสตร์อเมริกันบางคนที่คิดว่า ท้ายที่สุดแล้ว อเมริกาจะได้ประโยชน์จากการขาดดุลการค้าจำนวนมหาศาลกับจีน

คุณ Michael Schiffer จากมูลนิธิสแตนเล่ย์บอกว่า หากมีบริษัทในประเทศใดก็ตามยกตัวอย่างประเทศไทย ที่ผลิตเสื้อผ้าส่งมาขายในอเมริกา ย้ายโรงงานไปตั้งในจีนเพราะต้นทุนการผลิตต่ำกว่า ก็จะไม่เกิดผลกระทบทางลบต่ออเมริกาแต่อย่างใดเพราะบริษัทนั้นไม่ได้อยู่ในสหรัฐและไม่ได้จ้างคนอเมริกัน แต่จะเกิดประโยชน์ต่อผู้บริโภคในอเมริกาเพราะสินค้าที่ส่งมาขายนั้นมีราคาถูกลง

อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่ตามมาจากการพัฒนาเศรษฐกิจของจีนก็คือสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรมและปัญหามลพิษ โดยเฉพาะการขาดแคลนแหล่งน้ำดื่มและปัญหาแหล่งน้ำหลายแห่งปนเปื้อน ประเมินว่าปัจจุบันประชากรจีนราว 20% อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ปนเปื้อนสารพิษ และในแต่ละปีมลพิษต่างๆทำให้จีนต้องสูญเสียรายได้เป็นจำนวนมหาศาล ถึงกระนั้นก็ดี ผู้เชี่ยวชาญหลายคนยังเชื่อว่าเศรษฐกิจจีนจะยังคงเติบโตรุดหน้าต่อไปเป็นเวลาหลายสิบปี ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของชาวจีนจำนวนมหาศาลที่เพิ่งถูกปลดปล่อยออกจากการควบคุม

XS
SM
MD
LG